สรุปสั้น
- เหรียญรุ่นแรกที่เรามีหลักฐาน เกิดในอาณาจักรลีเดีย (ตุรกีตะวันตกตอนนี้) ราวปลายศตวรรษที่ 7 ก่อน ค.ศ. ทำจาก "อิเล็กตรัม" ทองผสมเงินที่ไหลมากับทรายแม่น้ำปักโตลัส
- ทำไมต้องเป็นเหรียญ: น้ำหนักชั่งไว้แล้ว + ตรารัฐการันตี = จ่ายได้เลยไม่ต้องชั่งไม่ต้องทดสอบ และรัฐได้กำไรจากส่วนต่าง
- กษัตริย์ครีซัส (Croesus) แห่งลีเดีย องค์สุดท้ายของราชวงศ์ (ราว 560–546 ก่อน ค.ศ.) เปลี่ยนมาใช้ทองบริสุทธิ์กับเงินบริสุทธิ์แยกกัน
- ปี 1324 มานซา มูซา (Mansa Musa) ผู้ปกครองจักรวรรดิมาลี ผ่านไคโรระหว่างไปแสวงบุญ แจกทองมหาศาล นักประวัติศาสตร์อัลอุมารี (al-Umari) บันทึกว่าทอง 1 มิธกาลจาก "ไม่ต่ำกว่า 25 ดิรฮัม" เหลือ "ไม่เกิน 22" อยู่ราว 12 ปี (นักประวัติศาสตร์บางคนว่าอยู่ในช่วงผันผวนปกติ)
- บทเรียน: ทองมีค่าเพราะมันหายาก วันไหนมีคนเทของลงตลาดทีเดียวเยอะ ๆ ทองก็ถูกลงได้เหมือนของทุกอย่าง
ซีซัน 1 เราดูทองในมือรัฐบาลยุคใหม่มาครบแล้ว ตั้งแต่ปี 1933 จนถึงทองบาทในร้านทองบ้านเรา ซีซัน 2 นี้ผมจะพาถอยหลังไปไกลมาก ไปถึงจุดที่ทองเพิ่งกลายเป็น "เงิน" ครั้งแรก แล้วกระโดดไปดูวันที่ทองเยอะเกินจนราคาตกทั้งเมือง
สองเรื่องนี้ห่างกันเกือบสองพันปี แต่ตอบคำถามเดียวกัน: ใครคุมปริมาณทอง คนนั้นคุมราคา
ภาค 1: ลำธารที่พัดทองมา
ทำไมถึงเกิด — คนเบื่อการชั่ง
ลองนึกภาพตัวเองเป็นพ่อค้าในตุรกีฝั่งตะวันตก เมื่อสองพันหกร้อยกว่าปีก่อน คุณจะขายแกะสักตัว คนซื้อยื่นก้อนโลหะสีทองอ่อน ๆ มาให้
ปัญหาแรก มันหนักเท่าไหร่ ต้องหยิบตาชั่งมา
ปัญหาที่สองหนักกว่า ก้อนนี้ทองจริงกี่เปอร์เซ็นต์
เพราะโลหะที่คนแถวนั้นใช้ไม่ใช่ทองบริสุทธิ์ มันคือ อิเล็กตรัม ทองผสมเงินที่เกิดเองตามธรรมชาติ หาได้จากตะกอนทรายในลำธาร โดยเฉพาะ แม่น้ำปักโตลัส (Pactolus) ที่ไหลผ่านเมืองซาร์ดิส เมืองหลวงของอาณาจักร ลีเดีย (Lydia)
อิเล็กตรัมธรรมชาติมีทองราว 80–90% ที่เหลือเป็นเงิน (ตามข้อมูลของ LBMA) แต่สัดส่วนนี้ไม่เคยคงที่ ก้อนหนึ่งทองเยอะ อีกก้อนทองน้อย มองด้วยตาแยกไม่ออก ทีมขุดค้นซาร์ดิสสรุปไว้ตรง ๆ ว่า เพราะเนื้อทองไม่แน่นอน อิเล็กตรัมเลยเป็นโลหะชั่งน้ำหนักที่ไม่น่าเชื่อถือ
แล้วจะแลกกันยังไง ถ้าไม่มีใครมั่นใจว่าก้อนในมือมีค่าเท่าไหร่
ใครทำ — รัฐลีเดีย
ทางออกที่ชาวลีเดียคิดได้ง่ายจนน่าตกใจ: ให้รัฐชั่งไว้ล่วงหน้า แล้วประทับตราการันตี
ก้อนโลหะเลยกลายเป็นเม็ดขนาดมาตรฐาน มีรอยตอกด้านหนึ่ง ลายที่เจอบ่อยที่สุดคือ หัวสิงโต บางเหรียญมีตัวอักษรลีเดีย ซึ่งนักวิชาการคิดว่าน่าจะเป็นชื่อ กษัตริย์อัลยาตเตส (Alyattes) (พ่อของครีซัส) หรือเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ
นี่คือ "เหรียญ" รุ่นแรกที่เรามีหลักฐาน กองเหรียญอิเล็กตรัมจำนวนมากถูกพบในวิหารที่เอเฟซัส ในชั้นดินช่วงปลายศตวรรษที่ 7 ก่อน ค.ศ. LBMA ให้ช่วงคร่าว ๆ ราว 625–600 ก่อน ค.ศ. ปีที่แน่นอนยังเถียงกันอยู่ ผมเลยขอใช้คำว่า "ราว 600 ปีก่อนคริสตกาล" ไว้ก่อน

ภาพ: Electrum trite, Alyattes, Lydia, 620-563 BC — Photography by CNG coins · CC BY-SA 3.0 · via Wikimedia Commons · ที่มา
ใช้อำนาจอะไร — ตราคือคำสัญญา
ตรงนี้คือหัวใจของตอนนี้ครับ
เหรียญไม่ได้มีค่าเพราะมันเป็นทองอย่างเดียว มันมีค่าเพราะ มีคนที่ใหญ่พอมาบอกว่า "ชิ้นนี้หนักเท่านี้ เราการันตี" ตราบนเหรียญคือคำสัญญาของรัฐ คนรับเหรียญไม่ต้องชั่ง ไม่ต้องขูด ไม่ต้องทดสอบ แค่เห็นตราก็รับ
เหรียญใหญ่สุดลายหัวสิงโตที่ทีมซาร์ดิสยกตัวอย่างหนักราว 4.7 กรัม ซึ่งเท่ากับหนึ่งในสามของหน่วยน้ำหนัก "สเตเตอร์" ของลีเดีย (คิดย้อนกลับ สเตเตอร์เต็มจะราว 14 กรัม) เหรียญเลยแบ่งย่อยเป็นขนาดมาตรฐานได้ เหมือนแบงก์ร้อยกับแบงก์ยี่สิบ
แล้วรัฐได้อะไร
ได้กำไรครับ ทีมซาร์ดิสวิเคราะห์ว่าเหรียญหัวสิงโตมีทองราว 54% เงินราว 44% ต่ำกว่าอิเล็กตรัมธรรมชาติที่ทองเยอะกว่ามาก LBMA ก็ให้ตัวเลขใกล้กัน (ราว 55%) และตั้งข้อสังเกตว่าช่างน่าจะแยกเงินออกแล้วเติมกลับเข้าไปเพื่อคุมสัดส่วน แปลว่ารัฐตั้งมูลค่าหน้าเหรียญไว้สูงกว่าเนื้อโลหะจริง ส่วนต่างนั้นเข้ากระเป๋ารัฐ
ฟังคุ้น ๆ ไหม นี่คือรากของสิ่งที่ภาษาการเงินเรียกว่า "seigniorage" กำไรจากการเป็นคนพิมพ์เงิน ตั้งแต่เหรียญแรกของโลก ผู้ออกเงินก็ได้เปรียบแล้ว
ใครถือแม่พิมพ์ คนนั้นคุมเกม
เกร็ด: ครีซัส รวยจนเป็นสำนวน
ฝรั่งมีสำนวน "rich as Croesus" รวยอย่างครีซัส ที่มาคือครีซัส กษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ Mermnad แห่งลีเดีย ครองราชย์ราว 560–546 ปีก่อน ค.ศ.
ราวกลางศตวรรษที่ 6 ก่อน ค.ศ. ลีเดียเปลี่ยนระบบใหญ่: เลิกใช้อิเล็กตรัม แล้วออก เหรียญทองบริสุทธิ์ กับ เหรียญเงินบริสุทธิ์ แยกกัน ลายเป็นหัวสิงโตเผชิญหน้ากับหัววัว นักสะสมเรียกเหรียญชุดนี้ว่า "Croeseid"
ทำไมถึงสำคัญ เพราะนี่คือการแก้ปัญหาข้อสองที่เราพูดไว้ตอนต้น ถ้าทองเป็นทอง เงินเป็นเงิน ไม่ต้องเดาสัดส่วนอีก ทองกับเงินแยกกันชัด ใช้คู่กันได้แบบไม่ต้องเดา
หลักฐานอายุมาจากโบราณคดีด้วย มีเหรียญชุดนี้อยู่ในซากกำแพงเมืองซาร์ดิสที่ถูกทำลายตอนเปอร์เซียยึดเมืองช่วงกลางทศวรรษ 540 ก่อน ค.ศ. แปลว่าเหรียญมีอยู่ก่อนเมืองแตก ส่วนนักโบราณคดียังรายงานว่าพบร่องรอยงานแยกทองออกจากเงินที่ซาร์ดิส (เล่าไว้ในหนังสือ King Croesus' Gold) ซึ่งเข้ากับเรื่องที่ลีเดียทำทองบริสุทธิ์ได้
นักประวัติศาสตร์กรีก เฮโรโดตัส (Herodotus) เขียนไว้ใน Histories เล่ม 1 ว่าชาวลีเดียเป็นชนชาติแรกที่ใช้เหรียญทองและเงิน ต้องบอกตรง ๆ ว่าการชี้ว่าเหรียญทองบริสุทธิ์ชุดแรกออกในรัชกาลครีซัสพอดีนั้นเป็น "ประเพณีที่ยอมรับกัน" นักวิชาการบางส่วนยังถามว่าออกก่อนหรือหลังเปอร์เซียยึด

ภาพ: British Museum gold coin of Croesus — BabelStone · CC0 · via Wikimedia Commons · ที่มา

ภาพ: Gold stater, Lydia, ca. 560–546 B.C. (The Met collection) — Ismoon · CC BY-SA 4.0 · via Wikimedia Commons · ที่มา
ตอนจบของครีซัส: เปลี่ยนเจ้าของ แต่ไม่เปลี่ยนเหรียญ
ความรวยไม่ได้ช่วยครีซัส เขาทำสงครามกับกษัตริย์ไซรัส (Cyrus) แห่งเปอร์เซีย แพ้ แล้วซาร์ดิสก็ถูกยึดราว 547/546 ปีก่อน ค.ศ.
แต่ดูนี่ครับ ทีมซาร์ดิสระบุว่าหลังเปอร์เซียยึดแล้ว เปอร์เซีย ยังผลิตเหรียญลายสิงโต-วัวที่ซาร์ดิสต่อไปอีกราว 30 ปี จนกษัตริย์ดาริอุสที่ 1 (Darius I) เปลี่ยนเป็นรูปกษัตริย์เปอร์เซียราว 515 ปีก่อน ค.ศ.
ทำไมผู้ชนะไม่เปลี่ยนทันที ก็เพราะคนทั้งภูมิภาคเชื่อเหรียญลายนั้นแล้ว ความเชื่อใจคือทรัพย์สิน ผู้ชนะฉลาดพอจะไม่ทุบมันทิ้ง เปลี่ยนแค่คนที่ถือแม่พิมพ์

ภาพ: Lydia, king Kroisos, gold stater, Staatliche Münzsammlung München — ArchaiOptix · CC BY-SA 4.0 · via Wikimedia Commons · ที่มา
ภาค 2: ชายที่ทำให้ทองไคโรถูกลง
กระโดดข้ามเวลาเกือบสองพันปี ไปแอฟริกาตะวันตก
ทำไมถึงเกิด — มาลีนั่งอยู่บนบ่อทอง
ศตวรรษที่ 14 จักรวรรดิ มาลี (Mali) คุมพื้นที่กว้างในแอฟริกาตะวันตก และสำคัญที่สุด คุมทางเข้าแหล่งทองใหญ่ทางใต้ ที่นักประวัติศาสตร์ระบุชื่อคือ บัมบุก (Bambuk) และ บูเร (Bure) ส่วนทางเหนือมีเกลือจากทาฆาซา (Taghaza) อีกสินค้ามีค่าในโลกทะเลทราย
แปลง่าย ๆ คือ มาลีนั่งอยู่ใกล้ "บ่อทอง" ใครถือของ คนนั้นคุมเกม
ผู้ปกครองช่วงนั้นคือ มานซา มูซา "มานซา" แปลว่าผู้ปกครองหรือกษัตริย์ แหล่งรองระบุว่าเขาครองราชย์ราว 1312 ถึงราว 1337 (ปีจบรัชกาลยังเถียงกันระหว่าง 1332 กับ 1337)
ใครทำ — การเดินทางแสวงบุญที่กลายเป็นข่าวราคาทอง
มูซาเป็นมุสลิม และในปี 1324–1325 เขาเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ที่เมกกะ เส้นทางผ่าน ไคโร เมืองใหญ่ของอียิปต์ยุครัฐสุลต่านมัมลูก
ตามงานวิชาการที่ Wikipedia สรุปไว้ (อ้าง Levtzion & Hopkins และ Gomez) เขาถึงชานไคโรช่วงกรกฎาคม 1324 และอยู่ราวสามเดือน ผมขอพูดแค่ว่า "กลางปี 1324 อยู่หลายเดือน" เพราะวันแน่ ๆ มาจากแหล่งรอง
ที่ไคโร เขาต้องเข้าพบสุลต่านอัลมาลิก อัลนาซีร (al-Malik al-Nasir) หรือมุฮัมมัด อิบน์ เกาลาวูน (Muhammad ibn Qalawun) ผู้ปกครองรัฐสุลต่านมัมลูก มีเรื่องเล่าที่ผมชอบมาก: ตามธรรมเนียมราชสำนัก แขกต้องก้มกราบสุลต่าน มูซาไม่ยอม บอกว่าเขากราบเฉพาะพระเจ้าผู้สร้างเขาเท่านั้น สุดท้ายสองฝ่ายหาทางลงได้ สุลต่านมอบชุดเกียรติยศ ม้าพร้อมอานและบังเหียนให้มูซาและคนในขบวน
แล้วมูซาให้อะไรกลับ
ให้ทองครับ ตามบันทึก เขานำ "ทองดิบหลายสัมภาระ" เข้าคลังหลวงของสุลต่าน และมอบทองให้ขุนนางและข้าราชสำนักทุกคน
ใช้อำนาจอะไร — อำนาจของคนที่มีของเยอะที่สุด
มูซาไม่ได้ออกกฎหมาย ไม่ได้ยึดทองใคร ไม่ได้ผูกค่าเงินแบบตอนก่อน ๆ ของเรา อำนาจของเขาเรียบง่ายกว่านั้น: เขามีทองมากกว่าตลาดจะรับไหวในคราวเดียว
คนที่บันทึกผลกระทบไว้คือ อัลอุมารี นักประวัติศาสตร์จากดามัสกัส เขาเขียนราว 12 ปีหลังการเดินทาง (ประมาณปี 1337)
ใจความของเขา (สรุป):
- ก่อนมูซามา ทองคำ 1 มิธกาล (หน่วยน้ำหนักทอง) แลกได้ "ไม่ต่ำกว่า 25 ดิรฮัม" (เหรียญเงิน)
- หลังจากนั้น ทอง 1 มิธกาล "ไม่เกิน 22 ดิรฮัมหรือต่ำกว่า"
- และสภาพนี้อยู่มา "ราว 12 ปีจนถึงวันนี้" ที่เขาเขียน
คิดเลขง่าย ๆ จาก 25 เหลือ 22 คือราคาทองเทียบเงินลดลง อย่างน้อยราว 12% และค้างอยู่ระดับนั้นนับสิบปี
ในภาษาเทรดเดอร์ นี่คือ supply shock ครับ อุปทานทองในตลาดไคโรเพิ่มขึ้นทีเดียวก้อนใหญ่ ความต้องการไม่ได้โตตาม ราคาก็ต้องปรับลง ไม่ต่างจากวันที่ธนาคารกลางประกาศขายทองล็อตใหญ่ หรือวันที่เหมืองใหม่เปิด
ต้องพูดให้ครบ: บันทึกเดียว และมีคนสงสัย
ตรงนี้ผมไม่อยากเล่าเกินหลักฐาน
เรื่องราคาทองไคโรตก เรารู้หลัก ๆ จาก บันทึกเดียว ของอัลอุมารี นักประวัติศาสตร์รุ่นหลังบางคนจึงตั้งคำถาม เช่น คุณวอร์เรน ชูลซ์ (Warren Schultz) (งานปี 2006) เห็นว่าการลดลงแบบนี้อยู่ในช่วงผันผวนปกติของราคาทองยุคมัมลูก อาจไม่ได้มาจากมูซาคนเดียว ส่วน คุณเกรแฮม แอบนีย์ (Graham Abney) (งานปี 2021) มองอีกมุม ว่าการเททองอย่างจงใจอาจเป็นการแสดงอำนาจของมาลีให้โลกเห็น
ส่วนตัวเลขที่ชอบแชร์กันในเน็ต อย่างขบวน 60,000 คน ทองกี่สิบตัน หรือ "รวยที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ" คิดเป็นเงินดอลลาร์วันนี้ ผมไม่เอามาใช้ เพราะไม่มีหลักฐานที่วัดได้จริง ที่พูดได้คือเขาถูกจดจำในฐานะหนึ่งในผู้ปกครองที่ร่ำรวยที่สุดในบันทึกยุคนั้น ส่วนรวยเท่าไหร่ ประเมินไม่ได้
เกร็ด: เศรษฐีที่ขากลับต้องกู้เงิน
นี่คือเกร็ดที่ตลกร้ายที่สุดของตอนนี้ แหล่งรองสรุปว่าบันทึกหลายชิ้น (นักเดินทางอิบน์ บัฏฏูเฏาะฮ์ (Ibn Battuta), นักประวัติศาสตร์อิบน์ อัลดาวาดารี (Ibn al-Dawadari), อัลอุมารี และต่อมานักประวัติศาสตร์อิบน์ คัลดูน (Ibn Khaldun)) เล่าว่าขากลับ ขบวนของมูซาใช้เงินจนหมด ต้อง กู้เงินจากพ่อค้าอียิปต์ในอัตราดอกเบี้ยสูง ส่วนเรื่องว่าคืนครบหรือไม่ แต่ละแหล่งเล่าไม่ตรงกัน
คนที่ทำให้ราคาทองทั้งเมืองตก สุดท้ายต้องยืมเงินจากเมืองเดียวกัน ถ้าจะมีบทเรียนเรื่องสภาพคล่อง นี่แหละ: มีทรัพย์สินเยอะ ไม่ได้แปลว่ามีเงินสดพอตอนที่ต้องใช้
เกร็ด: แผนที่ยุโรปจำเขาได้
ข่าวทองของมาลีเดินทางไกลกว่าตัวมูซา ปี 1375 ราวห้าสิบปีหลังฮัจย์ ช่างทำแผนที่บนเกาะมายอร์กา (มักระบุว่าเป็นผลงานของคุณอับราฮัม เครสเกส (Abraham Cresques)) ทำแผนที่โลกที่เรียกว่า Catalan Atlas ปัจจุบันเก็บที่หอสมุดแห่งชาติฝรั่งเศส (BnF)
บนแผนที่ มีรูปกษัตริย์แอฟริกานั่งบัลลังก์ ถือลูกทองไว้ในมือ คำบรรยายเรียกเขาว่า "Musse Melly" เจ้าแห่งดินแดนกินี และบอกว่าเขาคือผู้ปกครองที่รวยที่สุดในแถบนั้นเพราะทองในดินแดนของเขา
คิดดูนะครับ คนยุโรปส่วนใหญ่ไม่เคยไปมาลี แต่ชื่อเสียงเรื่องทองไปถึงก่อน นี่คือพลังของ "แบรนด์" ที่สร้างจากทองล้วน ๆ

ภาพ: Detail from the Catalan Atlas, sheet 6 (1375), attributed to Abraham Cresques — Bibliothèque nationale de France via Gallica · Public domain · ที่มา.jpg)

ภาพ: Catalan Atlas, BnF, sheet 6 (1375), attributed to Abraham Cresques — Gallica · Public domain · ที่มา
สองเรื่อง หนึ่งกติกา
เอาสองภาคมาวางคู่กัน
| ลีเดีย (~600 ก่อน ค.ศ.) | มาลี/ไคโร (1324) | |
|---|---|---|
| ปัญหา | ทองผสมเงิน สัดส่วนไม่แน่นอน | ทองไหลเข้าตลาดเดียวทีเดียวเยอะ |
| คนเล่นบทหลัก | รัฐลีเดีย, Alyattes, ครีซัส | มานซา มูซา |
| อำนาจที่ใช้ | ตรารัฐ + มาตรฐานน้ำหนัก + ผูกขาดการผลิตเหรียญ | ปริมาณทองที่มากกว่าตลาดรับ |
| ผล | ความเชื่อใจ = เงินตรา, รัฐได้ส่วนต่าง | ราคาทองเทียบเงินในไคโรลดลงราว 12% ตามบันทึก |
| สิ่งที่ยังไม่แน่ | ปีของเหรียญแรก, ปีเหรียญทองบริสุทธิ์ | ขนาดผลกระทบจริง (มีบันทึกหลักแหล่งเดียว) |
ลีเดียสอนว่า ทองจะเป็น "เงิน" ได้ต้องมีคนการันตี ส่วนมูซาสอนว่า ต่อให้เป็นทอง ถ้าของล้นตลาด ราคาก็ลงได้
ทองไม่ได้มีค่าในตัวเองแบบลอย ๆ มันมีค่าเพราะ หายาก + มีคนเชื่อ แตะตัวใดตัวหนึ่ง ราคาก็ขยับ
ทุกวันนี้ก็เหมือนเดิม ลองดูข่าวทองสัปดาห์นี้ ถ้าข่าวพูดถึงธนาคารกลางซื้อหรือขาย เหมืองผลิตเพิ่มหรือลด กองทุน ETF ไหลเข้าหรือออก นั่นคือเรื่อง "ปริมาณ" แบบมูซา ถ้าข่าวพูดถึงความเชื่อใจในค่าเงิน ในรัฐ ในระบบ นั่นคือเรื่อง "ตรา" แบบลีเดีย
ไทม์ไลน์
| ช่วงเวลา | เหตุการณ์ | ระดับหลักฐาน |
|---|---|---|
| ศตวรรษที่ 7 ก่อน ค.ศ. (ราว 625–600) | เหรียญอิเล็กตรัมลีเดียรุ่นแรก ลายหัวสิงโต | VERIFIED (ปีเป๊ะยังถกเถียง) |
| ก่อนราว 560 ก่อน ค.ศ. | สมัยอัลยาตเตส เหรียญบางชิ้นน่าจะมีชื่อ | VERIFIED (ปีครองราชย์ไม่ใส่) |
| ราว 560–546 ก่อน ค.ศ. | ครีซัส ครองราชย์ เหรียญทองบริสุทธิ์และเงินบริสุทธิ์ | VERIFIED (การยกให้ครีซัส = ตามประเพณี) |
| ราว 547/546 ก่อน ค.ศ. | ไซรัสยึดซาร์ดิส | VERIFIED |
| ราว 515 ก่อน ค.ศ. | Darius I เปลี่ยนลายเหรียญเป็นกษัตริย์เปอร์เซีย | VERIFIED |
| ราว 1312 | มานซา มูซาขึ้นครองมาลี (แหล่งรอง) | SECONDARY |
| กลางปี 1324 | มูซาผ่านไคโร พบสุลต่านอัลนาซีร แจกทอง | VERIFIED (วันเป๊ะ = SECONDARY) |
| ราว 1325 | ขากลับ กู้เงินพ่อค้าอียิปต์ (แหล่งรอง) | SECONDARY |
| ราว 1337 | อัลอุมารีบันทึก ทอง 25+ → ≤22 ดิรฮัม ราว 12 ปี | VERIFIED (บันทึกเดียวหลัก) |
| 1375 | Catalan Atlas วาดมูซาถือลูกทอง | VERIFIED |
สเปกกราฟประกอบ (ถ้าทำ): แท่งราคา 1 มิธกาล ก่อน = 25 (สีกลาง) หลัง = 22 (สีแดง เพราะราคาลง) ห้ามใช้สีฟ้ากับแท่งที่ลง
บทเรียนหนึ่งประโยค
ทองมีค่าเพราะหายากและมีคนเชื่อ ใครคุมตราหรือคุมปริมาณ คนนั้นคุมราคา
FAQ
เหรียญแรกของโลกมาจากลีเดียจริงไหม เท่าที่มีหลักฐานโบราณคดี เหรียญรุ่นแรกที่ชัดที่สุดคือเหรียญอิเล็กตรัมลีเดียช่วงปลายศตวรรษที่ 7 ก่อน ค.ศ. และเฮโรโดตัสก็เขียนไว้ว่าชาวลีเดียใช้เหรียญทองเหรียญเงินก่อนใคร แต่ปีที่แน่นอนยังถกเถียงกัน จึงควรพูดว่า "ตามหลักฐานเท่าที่มี"
อิเล็กตรัมกับทองต่างกันยังไง อิเล็กตรัมคือทองผสมเงินที่เกิดเองตามธรรมชาติ สัดส่วนไม่คงที่ ตัวเหรียญลีเดียรุ่นแรกมีทองราวครึ่งหนึ่ง ส่วนเหรียญยุคครีซัสเป็นทองบริสุทธิ์ ทำให้มูลค่าชัดเจนกว่า
มานซา มูซาทำให้ราคาทองตกจริงไหม มีบันทึกของอัลอุมารีว่าทอง 1 มิธกาลในไคโรลดจาก "ไม่ต่ำกว่า 25" เหลือ "ไม่เกิน 22" ดิรฮัม อยู่ราว 12 ปี แต่เป็นแหล่งหลักแหล่งเดียว นักประวัติศาสตร์บางคน (เช่น คุณชูลซ์) เห็นว่าอยู่ในช่วงผันผวนปกติของยุคนั้น จึงควรเล่าว่า "มีบันทึกว่า" ไม่ใช่ "พิสูจน์แล้วว่า"
มานซา มูซารวยแค่ไหน ไม่มีใครวัดได้จริง ตัวเลขดอลลาร์ที่แชร์กันเป็นการเดา สิ่งที่มีหลักฐานคือคนยุคเดียวกันบันทึกการแจกทองที่ไคโร และแผนที่ยุโรปปี 1375 ยังวาดเขาถือลูกทอง
ตอนหน้า
เราเห็นแล้วว่าทองเยอะเกินไปทำให้ราคาตกได้ ตอนหน้าเราจะดูตอนที่โลกเจอทองใหม่พร้อมกันหลายแห่ง ตื่นทองทั่วโลก ตั้งแต่แคลิฟอร์เนียถึงคลอนไดก์ แล้วข้ามไปญี่ปุ่นปี 1859 ที่ทองไหลออกนอกประเทศเพราะอัตราแลกที่ไม่เท่ากับโลก ใครถือของ คนนั้นคุมเกมเหมือนเดิมครับ
แหล่งอ้างอิง
- Sardis Expedition (Harvard/Cornell) — Kroll, "Coins of Sardis": https://sardisexpedition.org/en/essays/latw-kroll-coins-of-sardis
- LBMA, Wonders of Gold — Lydian electrum coin: https://www.lbma.org.uk/wonders-of-gold/items/lydian-electrum-coin
- World History Encyclopedia — Croesus: https://www.worldhistory.org/croesus/
- Herodotus, Histories 1.94 (Perseus Digital Library): http://www.perseus.tufts.edu/hopper/text?doc=Hdt.+1.94
- World History Commons — Al-Umari's account of Mansa Musa's visit to Cairo (จาก Levtzion & Hopkins, Corpus of Early Arabic Sources for West African History): https://worldhistorycommons.org/al-umaris-account-mansa-musas-visit-cairo
- Digital History (University of Houston) — Mansa Musa's visit: https://www.digitalhistory.uh.edu/active_learning/explorations/1492/mansa_musa_visit.cfm
- Northwestern University, Caravans of Gold — Catalan Atlas: https://caravans.library.northwestern.edu/works/26/
- Wikipedia — Mansa Musa (ใช้เป็นแหล่งรองสรุปงานของ Levtzion & Hopkins, Gomez 2018, Schultz 2006, Abney 2021): https://en.wikipedia.org/wiki/Mansa_Musa
เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำลงทุน