SYS SNAPSHOT ดำเนินการโดยเอเจนต์ AI · ควบคุมดูแลโดยผู้กำกับที่เป็นมนุษย์ BUILD SERIES-GOLD-HISTORY

ทองผ่านประวัติศาสตร์ · ซีซัน 2 · ตอนที่ 2 · ฉบับเต็ม

ตื่นทองทั่วโลก + ทองไหลออกจากญี่ปุ่น 1848–1896: คนขุดเหนื่อย คนขายพลั่วรวย

คนขุดเหนื่อย คนขายพลั่วรวย และทองโคบังที่ไหลออกจากญี่ปุ่น

คนขุดเหนื่อย คนขายพลั่วรวย และประเทศที่ตั้งราคาทองผิดเสียทองไปทั้งกอง

สรุปสั้น

  • 1848–1896 โลกเจอทองก้อนใหญ่ 4 ครั้ง: แคลิฟอร์เนีย (1848), ออสเตรเลีย (1851), วิตวอเตอร์สแรนด์ แอฟริกาใต้ (1886), คลอนไดก์ แคนาดา (1896)
  • คนที่ได้เงินแน่ๆ ส่วนใหญ่ไม่ใช่คนขุด แต่เป็นคนขายของให้คนขุด (งานวิชาการยุคหลังยืนยันว่าพ่อค้าได้มากกว่าคนขุด)
  • 1859 ญี่ปุ่นเปิดท่าเรือ แต่ในญี่ปุ่นทองถูกกว่าราคาโลกหลายเท่าเมื่อเทียบกับเงิน พ่อค้าต่างชาติเลยขนเงินเข้า ขนทองออก
  • 1860 รัฐบาลโชกุนแก้เกมด้วยเหรียญโคบังรุ่นใหม่ที่มีทองน้อยลงมาก การไหลออกหยุด แต่ข้าวของในประเทศแพงขึ้น
  • ทองใหม่ที่ไหลเข้าโลกปูทางให้ชาติใหญ่ย้ายจาก "เงิน" ไป "ทอง" ในทศวรรษ 1870 จนกลายเป็นมาตรฐานทองคำระดับโลก

เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำลงทุน

เปิดตอน: ทองไม่ได้หายาก มันแค่ยังไม่มีใครเจอ

สวัสดีครับ กลับมาที่ซีรีส์ประวัติศาสตร์ทองของ ackalgo อีกครั้ง ตอนที่แล้วเราย้อนไปดูเหรียญแรกของโลกที่ลีเดีย กับมานซา มูซาที่เททองในไคโรจนราคาทองตก ตอนนี้ขอเดินหน้ามาช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ช่วงที่โลกเหมือนเปิดฝาหีบสมบัติพร้อมกันหลายใบ

ลองคิดแบบเทรดเดอร์ครับ ราคาของอะไรสักอย่างถูกกำหนดด้วยของที่มีในตลาดกับคนที่อยากได้ ถ้าวันหนึ่งมีของใหม่ทะลักเข้ามามหาศาล ทั้งเกมก็เปลี่ยน ไม่ใช่แค่ราคา แต่ทั้ง "กติกาเงิน" ของโลกด้วย

ตอนนี้ผมจะเล่าสองเรื่องที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวกัน แต่จริงๆ เป็นเหรียญสองด้านเดียวกัน

  • ด้านแรก: ทองใหม่ถูกขุดขึ้นมาจาก 3 ทวีป คนนับแสนทิ้งบ้านไปตามฝัน
  • ด้านที่สอง: ประเทศหนึ่งที่เพิ่งเปิดประตูค้าขาย ตั้งราคาทองไม่ตรงกับโลก แล้วทองก็ไหลออกไปเหมือนน้ำรั่วจากถัง

และตอนจบ ทั้งสองเรื่องนี้จะพาเราไปเจอคำที่เทรดเดอร์ทองทุกคนต้องรู้จัก คือ มาตรฐานทองคำ (Gold Standard)

ภาค 1: แคลิฟอร์เนีย 1848 ประกายเล็กๆ ในร่องน้ำ

คุณเจมส์ มาร์แชลล์ ที่ Sutter's Mill ราวปี 1850
คุณเจมส์ มาร์แชลล์ ที่ Sutter's Mill ราวปี 1850
ภาพ: James Marshall, discoverer of gold, at Sutter's Mill (1850) — Library of Congress (lccn.loc.gov/2007676072) · Public domain · via Wikimedia Commons · ที่มา

ทำไมถึงเกิด

วันที่ 24 มกราคม 1848 คุณเจมส์ ดับเบิลยู. มาร์แชลล์ (James W. Marshall) ไปดูร่องน้ำของโรงเลื่อย Sutter's Mill ริมแม่น้ำ American River ใกล้เมือง Coloma แล้วเห็นโลหะอะไรบางอย่างเงาวาวอยู่ในร่อง

เขาไม่ได้มาหาทอง ที่นั่นคือโรงเลื่อย นี่คือจุดที่ผมชอบมาก เพราะเหตุการณ์ที่เปลี่ยนโลกหลายครั้งเริ่มจากคนที่ไม่ได้ตั้งใจจะเปลี่ยนโลก

ใครทำ: คนที่ "ตะโกน"

คนที่ทำให้ข่าวระเบิดคือ คุณแซมูเอล แบรนแนน (Samuel Brannan) พ่อค้าในซานฟรานซิสโก เขาไม่ได้รีบไปขุด เขาทำสิ่งที่ฉลาดกว่านั้น

  1. เปิดร้านขายอุปกรณ์ขุดทอง
  2. กว้านซื้ออุปกรณ์ขุดทองที่มีในเมืองไว้ก่อน
  3. แล้วค่อยเดินถือขวดผงทองชูขึ้นกลางถนน ตะโกนว่า "Gold! Gold! Gold from the American River!"

คิดดูครับ เขาซื้อของไว้ก่อน แล้วค่อยปล่อยข่าว พอคนแห่มา ของที่ทุกคนต้องใช้ก็อยู่ในมือเขา แบบนี้ในภาษาเทรดเดอร์เรียกว่า "เข้าก่อนข่าว" ชัดๆ

คุณแซมูเอล แบรนแนน
คุณแซมูเอล แบรนแนน
ภาพ: Samuel Brannan (ก่อนปี 1889), ไม่ทราบผู้ถ่าย — Utah State Historical Society · Public domain · via Wikimedia Commons · ที่มา

ใช้อำนาจอะไร

ในเรื่องนี้ไม่มีกษัตริย์ ไม่มีกฎหมายพิเศษ อำนาจที่ใช้คือ อำนาจของข่าวสารกับของในมือ คนที่รู้ก่อนและมีของพร้อมขาย คุมเกมได้มากกว่าคนที่วิ่งตามข่าว

ผลลัพธ์: คนทะลักแบบที่ไม่มีใครเคยเห็น

  • ปี 1849 มีคนเข้าแคลิฟอร์เนียราว 90,000 คน
  • ภายในปี 1855 รวมแล้ว อย่างน้อย 300,000 คน
  • ซานฟรานซิสโกโตจากเมืองราว 1,000 คน ในปี 1848 เป็นราว 25,000 คน ในปี 1850
  • เดือนกันยายน 1850 (วันที่ 9) แคลิฟอร์เนียได้เป็นรัฐของสหรัฐฯ

ใครรวยจริง

ตรงนี้คือหัวใจของตอนครับ งานวิชาการยุคหลังยืนยันว่า พ่อค้าทำเงินจากยุคตื่นทองได้มากกว่าคนขุด

ทำไมเป็นแบบนั้น ลองนึกภาพเมืองที่คนเพิ่มขึ้นหลายสิบเท่าในไม่กี่ปี ทุกคนต้องกิน ต้องนอน ต้องซื้อรองเท้า ต้องซื้อเสื้อผ้า ต้องซื้อพลั่ว ราคาของพื้นฐานพุ่งขึ้นหมด คนขุดต้องลุ้นว่าจะเจอทองไหม แต่คนขายข้าวไม่ต้องลุ้น เพราะทุกคนต้องกินข้าวแน่ๆ

ตัวอย่างที่คนชอบยกคือ คุณลีวาย สเตราส์ (Levi Strauss) พ่อค้าผ้า แหล่งรองระบุว่าเขามาเปิดกิจการค้าส่งในซานฟรานซิสโกราวกลางทศวรรษ 1850 หลังจากนั้นในปี 1873 เขาได้สิทธิบัตรร่วมกับคุณจาค็อบ เดวิส (Jacob Davis) สำหรับกางเกงที่ใช้หมุดโลหะย้ำ

ตรงนี้ผมขอเตือนนิดหนึ่ง เรื่องเล่าแบบ "ลีวาย สเตราส์ขายกางเกงให้คนขุดทองจนรวย" ถูกเล่าเกินจริงบ่อย ที่พูดได้คือเขาเป็นพ่อค้าส่งในเมืองที่โตเพราะทอง และสิทธิบัตรมาในปี 1873 ไม่ใช่ปี 1849

เกร็ดความรู้: คำพูด "ช่วงตื่นทอง คนขายพลั่วรวยกว่าคนขุด" (selling picks and shovels) กลายเป็นสำนวนในโลกการลงทุนจนถึงทุกวันนี้ ใช้อธิบายธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากกระแส โดยไม่ต้องเดิมพันว่าใครจะชนะ

ภาค 2: ออสเตรเลีย 1851 ทวีปที่สองลุกเป็นไฟ

แค่ 3 ปีหลังแคลิฟอร์เนีย ข่าวทองก็มาจากอีกฝั่งของโลก

ปี 1851 มีการพบทองในอาณานิคมนิวเซาท์เวลส์ แล้วในปีเดียวกันก็พบในอาณานิคมวิกตอเรียตามมา

ตัวเลขที่ชัดที่สุดคือประชากร ออสเตรเลียมีคนราว 430,000 คน ในปี 1851 และเพิ่มเป็นราว 1.7 ล้านคน ในปี 1871 เกือบ 4 เท่าในเวลา 20 ปี

ลองนึกว่าประเทศหนึ่งมีคนเพิ่มเกือบ 4 เท่าในชั่วอายุเดียว ถนน ท่าเรือ ธนาคาร เมือง ทุกอย่างต้องสร้างใหม่ ทองไม่ได้แค่ทำให้คนรวย แต่มันสร้างประเทศขึ้นมาทั้งประเทศ

ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับคนเทรดทอง

เพราะตอนนี้โลกมีทองใหม่ไหลออกมาจาก สองทวีปพร้อมกัน ทองที่เคยหายาก เริ่มมีมากขึ้นเมื่อเทียบกับโลหะอีกตัวที่ใช้ทำเงินในยุคนั้น คือ เงิน (silver) เก็บประโยคนี้ไว้ก่อนนะครับ เพราะเดี๋ยวมันจะกลับมาตอนเราไปญี่ปุ่น และตอนจบเรื่องมาตรฐานทองคำ

ภาค 3: ญี่ปุ่น 1859 เมื่อประเทศหนึ่งตั้งราคาทองผิด

เทียบเหรียญโคบังรุ่นเก่า (Keichō) กับรุ่น Man'en ปี 1860
เทียบเหรียญโคบังรุ่นเก่า (Keichō) กับรุ่น Man'en ปี 1860
ภาพ: Keicho koban (1601–1695) vs Man'en koban (1860–1867) — PHGCOM (ถ่ายที่พิพิธภัณฑ์ Toi) · CC BY-SA 3.0 · via Wikimedia Commons · ที่มา

นี่คือเรื่องที่ผมชอบที่สุดในตอนนี้ เพราะมันคือ arbitrage แบบตำรา เกิดขึ้นจริงในระดับประเทศ

ทำไมถึงเกิด

ญี่ปุ่นเพิ่งเปิดประตูค้าขายกับตะวันตก ระบบเงินในประเทศตั้งขึ้นเอง ไม่ได้อิงราคาโลก

หัวใจของปัญหาอยู่ที่ อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างทองกับเงิน

  • ในตลาดโลกช่วงนั้น แหล่งรองระบุว่าทอง 1 ส่วนแลกเงินได้ราว 15 ส่วน กว่าๆ
  • แต่ในญี่ปุ่น ทองถูกกว่ามากเมื่อเทียบกับเงิน ต่างจากโลก หลายเท่า (แหล่งข้อมูลให้ตัวเลขไม่ตรงกัน ผมเลยขอพูดแค่ว่าหลายเท่า)

พูดง่ายๆ คือ ในญี่ปุ่น เงินแพง ทองถูก ข้างนอกญี่ปุ่น ทองแพง เงินถูก ถ้าสองตลาดนี้ยังแยกกันอยู่ ก็ไม่มีปัญหา แต่วันที่ประตูเปิด ปัญหาก็มาทันที

ใครทำ

สหรัฐฯ กับญี่ปุ่นทำสนธิสัญญามิตรภาพและการค้าในปี 1858 และมีผลวันที่ 4 กรกฎาคม 1859 ท่าเรือเปิดให้ต่างชาติค้าขาย

คนสำคัญฝั่งอเมริกาคือ กงสุลใหญ่สหรัฐฯ คนแรกประจำญี่ปุ่น ทาวน์เซนด์ แฮร์ริส (Townsend Harris) เขาผลักให้ญี่ปุ่นแลกเหรียญเงินแบบ น้ำหนักต่อน้ำหนัก คือเหรียญเงิน 1 ดอลลาร์เม็กซิกัน แลกเป็นเหรียญเงินญี่ปุ่นที่เรียกว่า "อิจิบุ" ได้ 3 อิจิบุ ตามน้ำหนักเงิน

ฟังดูยุติธรรมใช่ไหมครับ เงินแลกเงิน น้ำหนักเท่ากัน แต่ปัญหาคือในญี่ปุ่น เอาอิจิบุไปแลกทองได้ในอัตราที่ทองถูกมาก

กลไก: ขนเงินเข้า ขนทองออก

ทำตามนี้ได้เป็นวงจร

  1. พ่อค้าต่างชาติเอาเหรียญเงินดอลลาร์มาแลกเป็นอิจิบุ
  2. เอาอิจิบุไปแลกเป็นเหรียญทอง โคบัง (koban)
  3. ส่งโคบังออกไปขายนอกประเทศ
  4. ได้เงินกลับมามากกว่าที่ลงไปหลายเท่า แล้วกลับมาทำซ้ำ

แบบนี้คือกำไรจากความต่างราคาของของชิ้นเดียวกันในสองตลาด ไม่ต้องเดาทิศทางราคา ไม่ต้องรอข่าว แค่ขนของข้ามกำแพงที่เพิ่งพัง

บริษัทการค้าต่างชาติหลายแห่ง รวมถึงบริษัทอังกฤษ Jardine, Matheson & Co. ส่งเรือขนโคบังออกไป ทางญี่ปุ่นพยายามห้ามคนในประเทศขายโคบังให้ต่างชาติ และจำกัดการแลกอิจิบุ แต่ก็มีการหลบเลี่ยงอยู่ดี

ใช้อำนาจอะไร: อำนาจผลิตเงิน

รัฐบาลโชกุนโทกูงาวะมีอาวุธหนึ่งที่พ่อค้าไม่มี คือ อำนาจผลิตเหรียญ

ต้นปี 1860 รัฐบาลโชกุนออกเหรียญโคบังรุ่นใหม่ เรียกว่า Man'en koban ที่มี ทองน้อยลงมาก เมื่อเทียบกับรุ่นเก่า พอทองในเหรียญน้อยลง สัดส่วนทองต่อเงินในประเทศก็ขยับเข้าใกล้ราคาโลก การขนทองออกเลยไม่คุ้มอีกต่อไป เกมจบ

เหรียญ Man'en koban
เหรียญ Man'en koban
ภาพ: Man'en koban — As6022014 · CC BY 3.0 · via Wikimedia Commons · ที่มา

แต่ทุกการแก้มีราคา

การแก้แบบนี้หยุดการรั่วได้ แต่แหล่งรองชี้ผลข้างเคียงไว้ เมื่อเหรียญในประเทศมีทองน้อยลง ค่าของเงินก็ลดลง ข้าวของในประเทศแพงขึ้น คนที่มีรายได้คงที่ อย่างซามูไรที่รับเบี้ยตายตัว ลำบากที่สุด

แหล่งรองระบุว่าปัญหาเงินช่วงนี้เป็น หนึ่งในหลายแรงกดดัน ช่วงปลายยุคโชกุน ซึ่งจบลงเมื่อโชกุนคนสุดท้ายคืนอำนาจในปี 1867 ผมเน้นคำว่าหนึ่งในหลายแรงนะครับ ไม่ใช่สาเหตุเดียว

เกร็ดความรู้: ทั้งหมดนี้เกิดเพราะ "ราคาที่ตั้งเอง" ชนกับ "ราคาโลก" ทันทีที่ตลาดเชื่อมกัน ราคาที่ผิดจะถูกดูดจนกว่าจะเท่ากัน เทรดเดอร์ยุคนี้เห็นหลักเดียวกันได้ในส่วนต่างราคาทองระหว่างตลาด (เช่น ราคาทองในประเทศเทียบราคาโลก) เพียงแต่สมัยนี้ส่วนต่างถูกปิดเร็วกว่ามาก

ภาค 4: ปลายศตวรรษ แอฟริกาใต้และคลอนไดก์

วิตวอเตอร์สแรนด์ 1886: ทองที่อยู่ในหิน

เดือนกรกฎาคม 1886 คุณจอร์จ แฮร์ริสัน (George Harrison) พบแนวหินทองหลักที่ฟาร์ม Langlaagte ในภูมิภาควิตวอเตอร์สแรนด์ (คนเรียกสั้นๆ ว่า "แรนด์")

ทองที่นี่ต่างจากแคลิฟอร์เนีย เพราะทองอยู่ในแนวหิน ไม่ใช่แค่ร่อนจากร่องน้ำ เกมเลยเอียงไปทางคนที่มีทุน

ค่ายคนงานเล็กๆ ที่นั่นโตขึ้นเป็นเมือง โจฮันเนสเบิร์ก และกลายเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของแอฟริกาใต้ภายในราว 10 ปี เศรษฐีเจ้าของเหมืองได้ฉายาว่า "Randlords"

และอย่างที่เห็นในทุกตอนของซีรีส์นี้ ที่ไหนมีทอง ที่นั่นมีการแย่งอำนาจ ความตึงเครียดเรื่องเหมืองทองที่นี่มีส่วนนำไปสู่ Jameson Raid (1895–96) และสงครามบัวร์ครั้งที่ 2 (1899–1902)

คลอนไดก์ 1896: แห่ไปแสน ไปถึงไม่ถึงครึ่ง

คนแบกของขึ้นยอด Chilkoot Pass ราวปี 1898
คนแบกของขึ้นยอด Chilkoot Pass ราวปี 1898
ภาพ: Packers ascending summit of Chilkoot Pass, ca 1898 — Eric A. Hegg / Museum of History and Industry (MOHAI 7230) · Public domain · via Wikimedia Commons · ที่มา.jpg)

วันที่ 16 สิงหาคม 1896 มีการพบทองที่ Bonanza Creek ในเขตคลอนไดก์ ดินแดนยูคอน แคนาดา Parks Canada ถือว่าคุณคีช (Keish) หรือคุณสคูคัม จิม เมสัน (Skookum Jim Mason) ชาวพื้นเมือง Tagish เป็นผู้พบ ร่วมกับคุณดอว์สัน ชาร์ลี (Dawson Charlie) คุณชาว ตลา (Shaaw Tláa) หรือเคต (Kate) และคุณจอร์จ คาร์แมค (George Carmack) ซึ่งเป็นคนจดสิทธิ์ในชื่อตัวเองวันรุ่งขึ้น

ข่าวยังไม่ระเบิดทันที เพราะพื้นที่ห่างไกลมาก จนเดือนกรกฎาคม 1897 เรือ Excelsior และ Portland ขนทองมาถึงซานฟรานซิสโกและซีแอตเทิล คนก็แห่ออกเดินทางทันที

ตัวเลขที่ต้องจำคือ

  • ราว 100,000 คน ออกเดินทาง
  • ไปถึงจริงราว 30,000–40,000 คน ไม่ถึงครึ่ง

ทำไมไปไม่ถึง เพราะทางโหดมาก ทางการแคนาดาบังคับให้ทุกคนที่เข้ายูคอนพกอาหารพอกินหนึ่งปี ราว 520 กิโลกรัม รวมเต็นท์และเครื่องมือแล้ว คนหนึ่งต้องขนของเกือบหนึ่งตัน

กองเสบียงที่ Chilkoot Pass ราวปี 1898
กองเสบียงที่ Chilkoot Pass ราวปี 1898
ภาพ: Men with piles of supplies at Chilkoot Pass, ca 1898 — Eric A. Hegg / Museum of History and Industry (MOHAI 7021) · Public domain · via Wikimedia Commons · ที่มา.jpg)

กฎข้อนี้ทำให้ใครรวยครับ ก็คนขายเสบียง คนขายเต็นท์ คนรับจ้างขนของ และเมืองท่าที่เป็นจุดออกเดินทาง เรื่องเดิมซ้ำอีกรอบ คนขายพลั่วรวยก่อนคนขุด

ราวปี 1899 มีข่าวพบทองที่ Nome ในอะแลสกา คนจำนวนมากย้ายออก ถือเป็นจุดจบของยุคคลอนไดก์

ภาค 5: ทองใหม่ล้นโลก โลกเลยเปลี่ยนกติกาเงิน

ทีนี้เอาทุกภาคมาต่อกัน

ก่อนยุคตื่นทอง หลายประเทศใช้ เงิน (silver) หรือใช้ทั้งเงินและทองคู่กันเป็นฐานของเงินตรา พอทองจากแคลิฟอร์เนียและออสเตรเลียไหลเข้าโลก อุปทานทองเพิ่มขึ้น ทองถูกลงเมื่อเทียบกับเงิน ทำให้การใช้ทองเป็นฐานเงินทำได้ง่ายขึ้น

แล้วทศวรรษ 1870 โดมิโนก็ล้ม

  • เยอรมนี: ปี 1871 ออกกฎหมายสร้างเงินมาร์กที่อิงทอง ปี 1873 ออกกฎหมายเหรียญให้มาร์กเป็นหน่วยเงิน แทนเหรียญเงินแบบเก่า เริ่มใช้จริง 1 มกราคม 1876
  • สหภาพการเงินลาติน (Latin Monetary Union): ช่วงปี 1873 ระงับการผลิตเหรียญเงินแบบไม่จำกัด
  • สหรัฐฯ: Coinage Act ปี 1873 หยุดผลิตเหรียญเงินดอลลาร์มาตรฐาน และเข้าสู่มาตรฐานทองคำจริงราวปี 1879
  • อังกฤษ: อยู่บนทองโดยพฤตินัยมาตั้งแต่ 1717 และทำให้เป็นกฎหมายเป็นขั้นๆ (เหรียญ sovereign 1816, Peel's Act 1819)
  • ญี่ปุ่น: ประเทศที่เคยเสียทองไปเพราะตั้งราคาผิด เข้าสู่มาตรฐานทองคำในปี 1897

ลองมองภาพใหญ่ครับ ทองที่คนนับแสนขุดขึ้นมาด้วยมือ ไม่ได้จบแค่ในกระเป๋าคนขุดหรือพ่อค้า มันไปจบใน ห้องนิรภัยของธนาคารกลาง และกลายเป็นฐานของเงินตราโลก ใครถือทองมาก คนนั้นมีเสียงดังในระบบใหม่

ใครถือของ คนนั้นคุมเกม ประโยคนี้ใช้ได้กับคุณแบรนแนน ใช้ได้กับรัฐบาลโชกุน และใช้ได้กับธนาคารกลางในศตวรรษถัดมา

ไทม์ไลน์

ปีเหตุการณ์ใครสถานะข้อมูล
24 ม.ค. 1848พบทองที่ Sutter's Mill ใกล้ Coloma แคลิฟอร์เนียคุณเจมส์ มาร์แชลล์VERIFIED
1848ข่าวระเบิดในซานฟรานซิสโก ร้านอุปกรณ์ขุดทองคุณแซมูเอล แบรนแนนVERIFIED
1849คนเข้าแคลิฟอร์เนียราว 90,000 คน—VERIFIED
9 ก.ย. 1850แคลิฟอร์เนียเป็นรัฐของสหรัฐฯ—VERIFIED
1851ตื่นทองออสเตรเลีย (นิวเซาท์เวลส์ แล้ววิกตอเรีย)—VERIFIED
1855คนเข้าแคลิฟอร์เนียรวมอย่างน้อย 300,000 คน—VERIFIED
4 ก.ค. 1859สนธิสัญญาการค้าสหรัฐฯ–ญี่ปุ่นมีผล ท่าเรือเปิดกงสุลใหญ่ทาวน์เซนด์ แฮร์ริสVERIFIED
1859โคบังไหลออกจากญี่ปุ่นพ่อค้าต่างชาติVERIFIED (ตัวเลขอัตรา: SECONDARY)
ต้นปี 1860โคบังรุ่น Man'en ทองน้อยลงมากรัฐบาลโชกุนโทกูงาวะVERIFIED
1871–1876เยอรมนีเปลี่ยนไปใช้มาร์กทองคำ—VERIFIED
1873US Coinage Act · สิทธิบัตรกางเกงหมุดย้ำคุณลีวาย สเตราส์, คุณจาค็อบ เดวิสVERIFIED (Coinage Act) / SECONDARY (สิทธิบัตร)
ก.ค. 1886พบแนวหินทองหลักที่ Langlaagteคุณจอร์จ แฮร์ริสันVERIFIED
16 ส.ค. 1896พบทองที่ Bonanza Creek คลอนไดก์คุณคีช (สคูคัม จิม) และคณะVERIFIED
ก.ค. 1897เรือขนทองถึงซานฟรานซิสโก/ซีแอตเทิล คนแห่ไปราว 100,000—VERIFIED
1897ญี่ปุ่นเข้าสู่มาตรฐานทองคำ—VERIFIED
ราว 1899พบทองที่ Nome คลอนไดก์ซา—VERIFIED

สเปกกราฟ (ถ้าทำ): ประชากรออสเตรเลีย 430,000 (1851) → 1.7 ล้าน (1871) เป็นแท่งขาขึ้นสีฟ้า · ทองในเหรียญโคบังรุ่นเก่า→รุ่น Man'en เป็นลูกศรลงสีแดง (ไม่ใส่ตัวเลข %)

บทเรียนหนึ่งประโยค

ราคาที่ผิดจากตลาดโลกอยู่ได้แค่ตราบที่ประตูยังปิด และตอนตื่นทอง คนที่ขายของให้คนขุดรวยแน่กว่าคนขุดเอง

FAQ

ถาม: ตื่นทองครั้งไหนใหญ่ที่สุด? ตอบ: แล้วแต่ว่าวัดอะไร ถ้าวัดจำนวนคนในช่วงแรก แคลิฟอร์เนียโดดเด่นมาก (อย่างน้อย 300,000 คนภายในปี 1855) ถ้าวัดผลระยะยาวต่อประเทศ ออสเตรเลียมีประชากรเพิ่มเกือบ 4 เท่าใน 20 ปี ส่วนแรนด์ในแอฟริกาใต้เปลี่ยนการทำเหมืองทองเป็นธุรกิจทุนใหญ่

ถาม: ญี่ปุ่นปี 1859 เสียทองไปเท่าไร? ตอบ: แหล่งข้อมูลยังให้ตัวเลขไม่ตรงกัน เราเลยไม่ใส่ตัวเลข สิ่งที่ยืนยันได้คือกลไก (แลกเงินเป็นทองในญี่ปุ่น แล้วขายทองข้างนอก) และการแก้ด้วยโคบังรุ่นใหม่ปี 1860

ถาม: ตื่นทองเกี่ยวกับมาตรฐานทองคำยังไง? ตอบ: ทองใหม่จากแคลิฟอร์เนียและออสเตรเลียทำให้ทองในโลกมีมากขึ้นเมื่อเทียบกับเงิน การใช้ทองเป็นฐานเงินตราจึงทำได้จริงมากขึ้น ทศวรรษ 1870 เยอรมนี สหรัฐฯ และอีกหลายประเทศเลยย้ายไปใช้ทอง

ถาม: บทเรียนนี้ใช้กับการเทรดทองวันนี้ได้ไหม? ตอบ: หลักคิดใช้ได้ คือส่วนต่างราคาระหว่างตลาดจะถูกปิดเมื่อตลาดเชื่อมกัน และในทุกกระแส ให้ดูว่าใครได้ประโยชน์แน่ๆ ไม่ว่าใครจะชนะ แต่นี่คือเนื้อหาประวัติศาสตร์ ไม่ใช่สัญญาณซื้อขาย

ตอนหน้า

จบซีซัน 2 "ต้นกำเนิด" แล้วครับ ต่อไปคือภาคเสริม 1 "สรุปทั้งซีรีส์ ทองผ่านประวัติศาสตร์" ร้อยทุกตอนให้เห็นเป็นเส้นเดียว ว่าใครถือของ คนนั้นคุมเกมยังไง แล้วปิดด้วยภาคเสริม 2 วิเคราะห์ทองจาก 4 มุม

แหล่งอ้างอิง

  • Wikipedia, "California Gold Rush" (อ้างงานวิชาการ) — https://en.wikipedia.org/wiki/California_Gold_Rush
  • Wikipedia, "Australian gold rushes" — https://en.wikipedia.org/wiki/Australian_gold_rushes
  • Wikipedia, "Witwatersrand Gold Rush" — https://en.wikipedia.org/wiki/Witwatersrand_Gold_Rush
  • Parks Canada, "Discovery Claim National Historic Site" — https://parks.canada.ca/lhn-nhs/yt/klondike/culture/lhn-hns-disc
  • Wikipedia, "Klondike Gold Rush" — https://en.wikipedia.org/wiki/Klondike_Gold_Rush
  • JP Koning / BullionStar, "The Great Japanese Gold Trade of 1859" (อ้าง McMaster 1960, Frost 1970) — https://www.bullionstar.com/blogs/jp-koning/the-great-japanese-gold-trade-of-1859/
  • The E-Sylum (Numismatic Bibliomania Society) — https://coinbooks.org/v26/esylum_v26n15a29.html
  • Wikipedia, "Gold standard" — https://en.wikipedia.org/wiki/Gold_standard
  • Wikipedia, "Levi Strauss" — https://en.wikipedia.org/wiki/Levi_Strauss
  • ภาพ: Library of Congress, Utah State Historical Society, Museum of History and Industry (Seattle), Wikimedia Commons (รายละเอียดใน CREDITS.md)

เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำลงทุน