SYS SNAPSHOT ดำเนินการโดยเอเจนต์ AI · ควบคุมดูแลโดยผู้กำกับที่เป็นมนุษย์ BUILD SERIES-GOLD-HISTORY

ทองผ่านประวัติศาสตร์ · ซีซัน 2 · ตอนที่ 6 · ฉบับเต็ม

เฟดขึ้นดอกเบี้ย ทองเป็นยังไง? จาก Volcker 1979 ถึงเฟดขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง ก.ย. 2026

จาก Volcker 1979 ถึงเฟดขึ้นดอกเบี้ย ก.ย. 2026

เฟดขึ้น-ลดดอกเบี้ย ทองเป็นยังไง จากคืนวันเสาร์ปี 1979 ถึงตุลาคม 2026

เฟดขึ้นดอกเบี้ยแล้ว ทองต้องลงไหม? ประวัติศาสตร์ตอบว่า "ครั้งหนึ่งใช่ อีกครั้งไม่ใช่เลย"

สรุปสั้น

  • คำตอบสั้น: ดอกเบี้ยสูงทำให้ถือทองแพงขึ้น (ทองไม่มีดอกเบี้ย) ทองเลยมักโดนกด แต่ไม่ใช่กฎตายตัว ต้องดูว่า "ใครกำลังซื้อทอง" ด้วย
  • 1979–1982: ยุค Paul Volcker ดอกเบี้ยนโยบาย (fed funds) ราว 20% ช่วง 1980–81 (Federal Reserve History) ทองร่วงจาก $850 (ม.ค. 1980) ไปราว $300 ในปี 1982 (LBMA PM 21 ม.ค. 1980; ราคาต่ำสุด มิ.ย. 1982 ตามแหล่งรอง)
  • 2022–2023: เฟดขึ้นดอกเบี้ย 11 ครั้ง จาก 0.25% ไป 5.50% (เพดานบน, Federal Reserve, ณ 27 ก.ค. 2023) ทองแค่ย่อ แล้วทำ นิวไฮปลายปี 2023 เพราะธนาคารกลางทั่วโลกซื้อหนัก
  • 2024–2025: เฟดลดดอกเบี้ยรวม 1.75% ทองวิ่งแรง จนทะลุ $5,000 ปลาย ม.ค. 2026
  • ก.ย. 2026: เฟดกลับมา ขึ้น ดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกตั้งแต่ ก.ค. 2023 ไปที่ 4.00% (เพดานบน, Federal Reserve, ณ 17 ก.ย. 2026) ประชุมถัดไป 27–28 ต.ค. 2026

เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำลงทุน

เปิดตอน: คืนวันเสาร์ที่วอชิงตัน

วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 1979 ปกติเป็นวันหยุดยาวของอเมริกา ก่อนวันโคลัมบัส

แต่คืนนั้น ที่วอชิงตัน ชายร่างสูงเกือบสองเมตรคนหนึ่งเดินขึ้นแถลงข่าวตอนค่ำ เรื่องที่หาได้ยากมากสำหรับธนาคารกลาง

เขาชื่อ พอล โวลก์เกอร์ (Paul Volcker) เพิ่งเป็นประธานเฟดได้สองเดือน (รับตำแหน่ง 6 ส.ค. 1979)

พิธีสาบานตนของ Paul Volcker ประธานเฟด 6 ส.ค. 1979
พิธีสาบานตนของ Paul Volcker ประธานเฟด 6 ส.ค. 1979
ภาพ: Swearing-in of G. William Miller (Treasury) and Paul A. Volcker (Fed), 6 Aug 1979 — White House Staff Photographers (Carter) / NARA via DPLA · Public domain · via Wikimedia Commons · ที่มา

วันนั้นเฟดเพิ่งประชุมนอกรอบเสร็จ และเขาประกาศเปลี่ยนวิธีเล่นทั้งเกม เลิกคุมดอกเบี้ยรายวัน หันไปคุม "ปริมาณเงิน" แทน แล้วเตือนตลาดตรงๆ ว่าดอกเบี้ยจากนี้ "is apt to fluctuate over a wider range" แปลแบบเทรดเดอร์คือ "เตรียมตัวไว้ ดอกเบี้ยจะเหวี่ยงแรงแบบที่ไม่เคยเห็น"

ตอนนั้นทองกำลังวิ่งเป็นจรวด

อีกสามเดือนครึ่ง ทองแตะ $850 ต่อออนซ์ (LBMA PM fix, ณ 21 ม.ค. 1980)

แล้วโวลก์เกอร์ก็กลายเป็นคนที่ทำให้มันร่วง

ภาค 1: ศัตรูชื่อเงินเฟ้อ

ทำไมต้องทำ

ลองนึกภาพอเมริกาปลายทศวรรษ 1970 ครับ ราคาข้าวของขึ้นทุกเดือน คนต่อแถวเติมน้ำมันยาวเป็นกิโล ตอนที่แล้วเราเห็นแล้วว่าทองจาก $35 ขึ้นไปเป็นสิบเท่าเพราะคนหนีเงินดอลลาร์

ตัวเลขที่ช็อกที่สุดคือ เงินเฟ้อพีกในเดือนมีนาคม 1980 เกือบ 15% ต่อปี (Federal Reserve History, ณ มี.ค. 1980)

ของราคา 100 บาท ปีหน้ากลายเป็นเกือบ 115

ใคร และใช้อำนาจอะไร

ตัวร้ายของเรื่องนี้ไม่ใช่คน แต่คือ เงินเฟ้อ ส่วนพระเอก หรือบางคนเรียกว่าตัวร้ายตัวจริง คือโวลก์เกอร์

อาวุธของเขามีชิ้นเดียว แต่หนักที่สุดในโลกการเงิน คือ อำนาจกำหนดราคาของเงิน หรือดอกเบี้ย

เฟดบีบปริมาณเงินจนดอกเบี้ยระหว่างธนาคาร (fed funds) พุ่ง ราว 20% ช่วง 1980–81 (Federal Reserve History)

เทียบง่ายๆ ฝากเงินไว้เฉยๆ ได้เกือบ 20% ต่อปี แล้วใครจะอยากถือทองที่ไม่ให้ดอกเบี้ยสักบาท

ตรงนี้แหละที่เป็นหัวใจของตอน

ทองไม่มีดอกเบี้ย ดอกเบี้ยยิ่งสูง "ค่าเสียโอกาส" ของการถือทองยิ่งแพง

ราคาที่ต้องจ่าย

แต่ยาแรงก็มีผลข้างเคียงแรง ธุรกิจล้ม คนตกงาน อัตราว่างงานขึ้นไป เกือบ 11% (Federal Reserve History, ณ ปลาย 1982) สูงที่สุดนับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ในตอนนั้น

คนโกรธเฟดมาก แต่โวลก์เกอร์ไม่ถอย ปี 1981 เขาพูดว่า

"We have set our course to restrain growth in money and credit. We mean to stick with it."

ประธานาธิบดีเรแกนกับโวลก์เกอร์ หารือนโยบายการเงิน 14 ธ.ค. 1981
ประธานาธิบดีเรแกนกับโวลก์เกอร์ หารือนโยบายการเงิน 14 ธ.ค. 1981
ภาพ: Reagan and Volcker meeting on monetary policy, Oval Office, 14 Dec 1981 — White House Photographic Office (Reagan) / NARA via DPLA · Public domain · via Wikimedia Commons · ที่มา

ทองโดนอะไร

ผลคือเงินเฟ้อลงจาก 11% (ณ มิ.ย. 1979) เหลือ 5% (Federal Reserve History, ณ ต.ค. 1982)

ส่วนทอง จาก $850 ร่วงลงไป ราว $300 (UW digital collections/metalcharts, ณ มิ.ย. 1982) หายไปราวสองในสามในสองปีกว่า เส้นกราฟเป็นแท่งสีแดงยาวเหยียด

และนี่ไม่ใช่การย่อธรรมดา ทองต้องรอถึง 2 มกราคม 2008 กว่าจะกลับขึ้นเหนือ $850 ได้อีกครั้ง (Reuters via Dawn, spot $859.20 ณ 2 ม.ค. 2008)

28 ปี

ถ้าเป็นเราตอนนั้น: ลองนึกว่าเราซื้อทองที่ $850 เดือนมกราคม 1980 เพราะ "เงินเฟ้อเกือบ 15% ทองต้องขึ้นแน่" ทุกเหตุผลถูกหมด แต่ลืมไปข้อเดียว ว่าคนที่คุมดอกเบี้ยตัดสินใจจะสู้เงินเฟ้อแบบไม่สนอะไรแล้ว

กฎจาก 1980 ดูชัดมาก ดอกเบี้ยขึ้น ทองลง

แต่ 42 ปีต่อมา กฎนี้ถูกฉีกทิ้งต่อหน้าต่อตา

ภาค 2: 2022 ขึ้นดอกเบี้ยเร็วสุดในรอบหลายสิบปี

อาคาร Eccles ที่ทำการคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯ
อาคาร Eccles ที่ทำการคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯ
ภาพ: Eccles Building (26088200676) — Federalreserve · Public domain · via Wikimedia Commons · ที่มา.jpg)

ทำไมต้องขึ้น

หลังโควิด เงินเฟ้อกลับมาอีกรอบ คราวนี้ประธานเฟดคือ เจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) และเขาเลือกเส้นทางแบบโวลก์เกอร์

เร็วแค่ไหน

ดูตัวเลขจากเฟดเองครับ

ตัวเลขทั้งหมดจากตาราง Federal Reserve (เข้าถึง ณ 12 ต.ค. 2026)

  • 17 มี.ค. 2022: เริ่มจาก 0.25% ขึ้นครั้งแรกไป 0.50% (เพดานบน, Federal Reserve)
  • มิ.ย. ถึง พ.ย. 2022: ขึ้นครั้งละ 0.75% สี่ครั้งติด
  • 27 ก.ค. 2023: ขึ้นครั้งสุดท้ายไปที่ 5.50% (เพดานบน, Federal Reserve, ณ 27 ก.ค. 2023)

รวม 11 ครั้ง 5.25% ในราว 16 เดือน

ถ้าใช้ตำราปี 1980 ทองต้องพังแน่

แล้วทองทำอะไร

ช่วงปี 2022 ทองย่อลงจริง แท่งสีแดงตามตำรา

แต่แล้วก็เกิดเรื่องแปลก ดอกเบี้ยยังอยู่บนยอด 5% กว่า ทองกลับหันหัวขึ้น

ต้นเดือนธันวาคม 2023 ทองทำ นิวไฮตลอดกาลราว $2,135 ระหว่างวัน (Perth Mint, ณ ต้น ธ.ค. 2023) และราคา LBMA PM ที่ $2,078.40 ก็เป็นสถิติเหมือนกัน (LBMA, ณ 28 ธ.ค. 2023)

ดอกเบี้ยสูงสุดในรอบ 22 ปี (เพดานบน 5.50% สูงสุดตั้งแต่ปี 2001, Federal Reserve) และทองสูงสุดในประวัติศาสตร์ ในเวลาเดียวกัน

ตรงนี้แหละที่ใครเทรดตามตำราเก่าโดนเต็มๆ

ใครพังกฎ

คำตอบอยู่ในตอนที่ 3 ของเราครับ ปี 2022 ทุนสำรองของรัสเซียถูกแช่แข็ง ธนาคารกลางทั่วโลกเห็นแล้วว่าเงินที่ฝากไว้ในระบบคนอื่นอาจโดนล็อกได้ เลยหันมาซื้อทอง เกิน 1,000 ตันต่อปี (World Gold Council, ณ ปี 2022–2024)

คนซื้อกลุ่มนี้ไม่สนดอกเบี้ย เขาไม่ได้ถือทองเพื่อเอากำไร เขาถือทองเพราะ ไม่มีใครกดปุ่มยึดได้

เมษายน 2024 ทองทำสถิติใหม่ติดกัน 7 วันทำการ Reuters รายงานว่าแรงหนุนหลักคือธนาคารกลางซื้อ แม้ดอกเบี้ยยังสูง แค่เดือนมีนาคมเดือนเดียว ธนาคารกลางจีนเพิ่มทองอีก 160,000 ออนซ์ (Reuters via Kitco, ณ มี.ค. 2024)

ทองคำแท่ง ของที่ธนาคารกลางไม่สนดอกเบี้ย
ทองคำแท่ง ของที่ธนาคารกลางไม่สนดอกเบี้ย
ภาพ: Gold bullion bars — Stevebidmead · CC0 · via Wikimedia Commons · ที่มา

เกร็ดความรู้: ปี 1980 คนที่กำหนดราคาทองคือนักลงทุนที่เทียบ "ทองกับดอกเบี้ย" ทุกวัน แต่ช่วง 2022–2023 มีผู้เล่นรายใหญ่เพิ่มเข้ามาที่ไม่ได้เทียบแบบนั้นเลย กฎเดิมไม่ได้หายไป แต่ถูก "แรงซื้อที่ไม่สนราคา" ทับไว้

แล้วถ้าดอกเบี้ยสูงยังกดทองไม่ลง

พอเฟดเริ่มลดดอกเบี้ย จะเกิดอะไรขึ้น

ภาค 3: 2024–2025 เมื่อเฟดเหยียบเบรก

ใครทำอะไร

19 กันยายน 2024 เฟดเปิดรอบลดดอกเบี้ยด้วยการลดทีเดียว 0.50% แล้วตามด้วยอีก 5 ครั้ง จนถึง 11 ธ.ค. 2025 ดอกเบี้ยเหลือ 3.75% (เพดานบน, Federal Reserve, ณ 11 ธ.ค. 2025)

รวมลดไป 1.75%

ทองทำอะไร

ตอนนี้กฎเดิมกับแรงซื้อใหม่ วิ่งไปทางเดียวกันเป็นครั้งแรก

  • ดอกเบี้ยลง ค่าเสียโอกาสของการถือทองลดลง
  • ธนาคารกลางยังซื้อต่อ ปี 2025 อีก 863 ตัน (World Gold Council, ณ ทั้งปี 2025)

ผลคือแท่งสีฟ้ายาวต่อกันเป็นบันได เมษายน 2025 ทองทำสถิติ $3,317.90 (Reuters via BNN Bloomberg, ณ 16 เม.ย. 2025) ก.ย. 2025 Bloomberg รายงานว่าทองผ่านพีกปี 1980 แบบปรับเงินเฟ้อแล้ว และปลายมกราคม 2026 ทองทะลุ $5,000 เป็นครั้งแรก (Bloomberg/Reuters, ณ ราว 26 ม.ค. 2026)

จากราว $2,135 (ธ.ค. 2023) ไปเหนือ $5,000 (ม.ค. 2026) ในราวสองปี

ทุกอย่างดูสวยหมด

จนกระทั่งเฟดเปลี่ยนคน

ภาค 4: ตุลาคม 2026 เฟดกลับมาขึ้นดอกเบี้ย

ข้อมูลส่วนนี้ ณ วันที่ 12 ต.ค. 2026

เกิดอะไรขึ้น

22 พฤษภาคม 2026 เฟดได้ประธานคนใหม่ คือ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) สาบานตนที่ทำเนียบขาว (Fox Business/Seeking Alpha, ณ 22 พ.ค. 2026) วันที่ 28 สิงหาคม เขาพูดแข็งในสุนทรพจน์ Jackson Hole ครั้งแรก ทองร่วงราว 3% ในวันเดียว (StoneX รายงาน −3.2%) และผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีขึ้นไปสูงสุดตั้งแต่ ม.ค. 2025 (BusinessToday, ณ 28 ส.ค.–1 ก.ย. 2026)

แล้ว 17 กันยายน 2026 เฟดก็ทำในสิ่งที่ไม่ได้ทำมาตั้งแต่ปี 2023

ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ไปที่ 4.00% (เพดานบน) มติ FOMC 16 ก.ย. 2026 มีผล 17 ก.ย. 2026 (Federal Reserve)

ทองตอบยังไง

นี่คือจุดที่น่าสนใจมาก หลังประกาศ ทองไม่ได้ร่วงตามตำราปี 1980 แต่เด้งขึ้นไปใกล้ $4,335 ระหว่างวัน (Advisor Perspectives, ณ 17 ก.ย. 2026) เพราะตลาดกลัวมาก่อนแล้วล่วงหน้า

ตอนนี้ทองอยู่ราว $4,100–4,200 (pricegold.net, ณ 8 ต.ค. 2026) ต่ำกว่าช่วงพีกต้นปีที่เหนือ $5,000 อยู่พอสมควร

นัดถัดไป

ประชุมเฟดครั้งถัดไปคือ 27–28 ตุลาคม 2026 ประกาศผลวันที่ 28 ตามเวลาสหรัฐฯ

ณ ต้นเดือนตุลาคม ตลาดคาดการณ์ส่วนใหญ่มองว่าจะ คงดอกเบี้ย แต่ยังมีส่วนหนึ่งที่เผื่อไว้ว่าจะ ขึ้นอีก (Polymarket/Admiral Markets, ณ 5–7 ต.ค. 2026) ตัวเลขพวกนี้เปลี่ยนได้ทุกวัน

แล้วแรงซื้อที่ไม่สนดอกเบี้ยยังอยู่ไหม

ผลสำรวจธนาคารกลางของ World Gold Council (WGC Central Bank Survey, ณ 16 มิ.ย. 2026) บอกว่า 45% ของธนาคารกลางที่ตอบ วางแผนเพิ่มทองของตัวเองในปีข้างหน้า สูงที่สุดเท่าที่เคยสำรวจมา และ 89% คาดว่าทองในมือธนาคารกลางทั่วโลกจะเพิ่ม

ลองคิดแบบเทรดเดอร์ครับ ตอนนี้มีสองแรงดึงกันอยู่

  • แรงแบบ 1980: ดอกเบี้ยขึ้น ถือทองแพงขึ้น ทองโดนกด (สีแดง)
  • แรงแบบ 2023: ธนาคารกลางซื้อแบบไม่ดูราคา ทองถูกรับไว้ (สีฟ้า)

คำถามไม่ใช่ "เฟดจะขึ้นไหม" อย่างเดียว

คำถามคือ "แรงไหนจะหนักกว่า"

บทเรียน

ดอกเบี้ยบอกว่าถือทองแพงแค่ไหน แต่คนที่ตัดสินราคาจริงคือ "ใครยังซื้อ" ปี 1980 ไม่มีใครรับ ทองเลยร่วง 28 ปี ปี 2023 ธนาคารกลางรับ ทองเลยทำนิวไฮทั้งที่ดอกเบี้ยสูงสุดในรอบ 22 ปี

ช่วงเฟดทำอะไรทองทำอะไรใครชนะ
1979–1982fed funds ราว 20% (1980–81)$850 → ราว $300 (สีแดง)ดอกเบี้ย
2022–20230.25% → 5.50% (เพดานบน)ย่อ แล้วนิวไฮ ธ.ค. 2023 (สีฟ้า)ธนาคารกลาง
2024–2025ลดรวม 1.75%ทะลุ $5,000 ม.ค. 2026 (สีฟ้า)ทั้งสองแรงไปทางเดียวกัน
ก.ย. 2026–ขึ้นอีก 0.25% → 4.00% (เพดานบน)ราว $4,100–4,200 (ต.ค.)ยังไม่รู้

FAQ

ถาม: เฟดขึ้นดอกเบี้ย ทองต้องลงเสมอไหม? ตอบ: ไม่เสมอ ปี 1980–82 ลงหนัก แต่ปี 2022–23 ทองทำนิวไฮทั้งที่เฟดขึ้นเร็วมาก เพราะธนาคารกลางทั่วโลกซื้อ

ถาม: เฟดลดดอกเบี้ย ทองขึ้นไหม? ตอบ: ช่วง 2024–2025 ใช่ ทองขึ้นแรง แต่เพราะมีแรงซื้อจากธนาคารกลางช่วยด้วย ไม่ใช่ดอกเบี้ยอย่างเดียว

ถาม: ประชุมเฟดครั้งหน้าเมื่อไร? ตอบ: 27–28 ตุลาคม 2026 แล้วต่อด้วย 8–9 ธันวาคม 2026 (ตามปฏิทินของเฟด)

ตอนหน้า

ดอกเบี้ยเฟดขยับทองทั้งโลก

แต่พอเราเดินเข้าร้านทองจริง ตัวเลขที่กินเงินเราเงียบๆ ไม่ใช่ดอกเบี้ย แต่คือ ส่วนต่าง บนป้ายร้าน

ตอนหน้า "ทองแท่งหรือทองรูปพรรณ ซื้อแบบไหนดี" ส่วนต่าง 200 บาท กับ 2,330 บาท มาจากไหน และแบบไหนเหมาะกับใคร

แหล่งอ้างอิง

  • Federal Reserve History, "Paul A. Volcker" — https://www.federalreservehistory.org/people/paul-a-volcker
  • Federal Reserve History, "Anti-Inflation Measures" (6 ต.ค. 1979) — https://www.federalreservehistory.org/essays/anti-inflation-measures
  • Federal Reserve History, "The Great Inflation" — https://www.federalreservehistory.org/essays/great-inflation
  • Federal Reserve History, "Recession of 1981–82" — https://www.federalreservehistory.org/essays/recession-of-1981-82
  • Federal Reserve, "Open Market Operations" (ตารางเปลี่ยนดอกเบี้ย 2022–2026, เข้าถึง 12 ต.ค. 2026) — https://www.federalreserve.gov/monetarypolicy/openmarket.htm
  • Federal Reserve, "FOMC Meeting Calendars" (อัปเดต 7 ต.ค. 2026) — https://www.federalreserve.gov/monetarypolicy/fomccalendars.htm
  • Perth Mint, ธ.ค. 2023 market report — https://www.perthmint.com/news/investor/market-research-and-analysis/demand-softens-in-december-as-gold-price-ends-year-on-a-high/
  • Reuters via Kitco, 8 เม.ย. 2024 — https://www.kitco.com/news/off-the-wire/2024-04-08/central-bank-demand-propels-safe-haven-gold-record-peak
  • Reuters via BNN Bloomberg, 16 เม.ย. 2025 — https://www.bnnbloomberg.ca/markets/gold/2025/04/16/golds-luster-undimmed-prices-hit-records-above-us3300oz/
  • BusinessToday (MY), 1 ก.ย. 2026 — https://www.businesstoday.com.my/2026/09/01/gold-slides-over-1-as-treasury-yields-surge-fed-rate-fears-bite/
  • Advisor Perspectives, 17 ก.ย. 2026 — https://www.advisorperspectives.com/articles/2026/09/17/gold-rises-us-treasuries-pare-losses-fed-rate-hike
  • Kitco, "Record 45% of central banks plan to increase gold holdings", 16 มิ.ย. 2026 — https://www.kitco.com/news/article/2026-06-16/record-45-central-banks-plan-increase-gold-holdings-wgc-survey-finds
  • World Gold Council, Central Banks Survey Press Release 2026 — https://www.gold.org/download/file/20916/Central%20Banks%20Survey%20Press%20Release%202026
  • ราคาทองปี 1980/1999/2008, ยอดซื้อธนาคารกลาง 2022–2025: ดู ep02/ep03 factpack (เช็ก 10 ต.ค. 2026)
  • ภาพ: NARA via DPLA, Federal Reserve, Wikimedia Commons (รายละเอียดใน archive/ep11/CREDITS.md)