
ลองเพิ่มคนเข้าไปในห้องเดียวกัน
ผมอยากให้ลองนึกภาพคน 1,000 คน ยืนอยู่ด้วยกัน ถ้าเราสนใจน้ำหนักรวม แล้วเพิ่มคนที่หนักมากเข้ามา ยอดรวมขยับเพียงเล็กน้อย โดยน้ำหนักของคนอื่นในห้องยังมีความหมายต่อยอดรวม
เปลี่ยนคำถามเป็นความมั่งคั่งครับ เพิ่มคนที่รวยมากเข้าไปในกลุ่มเดิม ทรัพย์สินของเขาอาจใหญ่กว่าทั้งห้องรวมกันมาก
ตัวอย่างสมมติในหนังสือทาเลบใช้สัดส่วนถึงราว 99.9% เพื่อให้เห็นอิทธิพลที่มีต่อยอดรวม ตัวเลขนี้ไม่ใช่ผลสำรวจคนไทยหรือสัดส่วนทรัพย์สินของมหาเศรษฐีปัจจุบัน 1
คนสูง 10 เมตร ในประโยคเปิดคลิปเป็นภาพชวนคิดถึงขีดจำกัดทางกายภาพ ไม่ใช่การรายงานสถิติส่วนสูง และไม่ได้แปลว่าน้ำหนักหรือส่วนสูงไม่มีความต่าง ความต่างมีครับ แต่ไม่ขยายตัวได้ในแบบเดียวกับความรวยหรือยอดขายหนังสือ
ค่าเฉลี่ยตอบได้ดีแค่ไหน ขึ้นกับโลกที่เราอยู่
ทาเลบเรียกโลกแบบแรกว่า โลกเฉลี่ย (Mediocristan) ซึ่งเป็นคำง่าย ๆ ที่ผมใช้ในคลิป ส่วนอีกแบบคือ โลกสุดขั้ว (Extremistan) จุดต่างสำคัญคือ ในโลกแบบหลัง ข้อมูลเพียงบางจุดอาจมีอิทธิพลต่อผลรวมสูงมาก 1 2
ลองนึกถึงยอดขายหนังสือในร้าน ต่อให้หนังสือส่วนมากขายไม่มาก หนังสือที่ประสบความสำเร็จเป็นพิเศษก็อาจดึงยอดรวมของร้านไปอีกทางได้ ถ้าอ่านเพียงยอดเฉลี่ย เราอาจจินตนาการถึงหนังสือทั่วไป ทั้งที่หนังสือเหล่านั้นไม่ได้เป็นตัวกำหนดยอดรวม นี่คือตัวอย่างประกอบของผม ไม่ใช่รายงานยอดขายร้านใด
ในโลกแบบนี้ การรู้ว่าช่วงปกติหน้าตาอย่างไรจึงยังไม่พอ ต้องดูด้วยว่าเหตุการณ์สุดขั้วอาจใหญ่ได้แค่ไหน และความรู้สึกว่ามันไม่น่าเกิดมาจากข้อจำกัดจริง หรือจากการที่เราไม่เคยเห็น
เช็กลิสต์หงส์ดำ 3 ข้อ: โลกสุดขั้วเป็นเงื่อนไข ไม่ใช่ใบรับรอง
- นอกความคาดหมาย — ยังตัดสินจากชื่อโลกไม่ได้: เหตุการณ์ในตลาดหรือโลกหนังสือไม่ได้เป็นเรื่องคาดไม่ถึงทั้งหมด ต้องดูข้อมูลที่ผู้สังเกตรู้ก่อนเกิด
- ผลกระทบรุนแรงมาก — เป็นข้อที่โลกสุดขั้วช่วยให้เห็นชัด: ผลจากบางเหตุการณ์อาจมีน้ำหนักเกินส่วนจนเปลี่ยนภาพรวมได้ คำสำคัญคือ “อาจ” ไม่ใช่ต้องครอบงำทุกครั้ง
- อธิบายย้อนหลังได้ — ต้องตรวจแยก: หลังรู้ว่าอะไรสำเร็จหรือล้ม เราอาจเลือกเล่าแต่เหตุผลที่ตรงกับผลนั้น ทั้งที่ก่อนรู้ผลมีเรื่องอื่นแข่งขันอยู่ด้วย 2 3
เพราะฉะนั้น โลกสุดขั้วทำให้ผลกระทบใหญ่เป็นสิ่งที่ต้องสนใจ แต่ไม่ได้ทำให้ทุกการเปลี่ยนแปลงผ่านครบเช็กลิสต์ ผมไม่อยากให้คำอธิบายความเสี่ยงกลายเป็นป้ายที่ติดไว้ล่วงหน้ากับทุกเหตุการณ์
อย่าหยุดอ่านความเสี่ยงแค่ค่าเฉลี่ย
ในคลิปมีภาพกราฟระยะยาวประกอบ แต่กราฟที่รวมข้อมูลเป็นรายเดือนไม่สามารถพิสูจน์คำกล่าวเรื่องผลตอบแทนไม่กี่วันได้ด้วยตัวมันเอง บทความนี้จึงไม่เอาภาพนั้นมาแปลงเป็นสถิติรายวัน หรือสรุปสูตรว่าควรอยู่ในตลาดตลอดเวลา
สำหรับผม ประโยชน์ของการแบ่งโลกอยู่ที่การเลือกคำถามให้ตรงเรื่อง ถ้าเรากำลังดูระบบที่ผลเสียกระจุกอยู่ในเหตุการณ์ใหญ่ การรายงานแต่วันที่ปกติอาจทำให้เข้าใจผิด ต่อให้รายงานนั้นคำนวณถูกทุกช่องก็ตาม
เวลาอ่านตัวเลขเฉลี่ย ลองถามว่าถ้าเพิ่มหรือตัดเหตุการณ์ที่ใหญ่ที่สุดออก เรื่องราวจะเปลี่ยนมากไหม ถ้าเปลี่ยนมาก เราควรอธิบายสิ่งที่ครอบงำผลลัพธ์ด้วย ตอนถัดไป เราจะนำเครื่องมือนี้ไปอ่านประวัติศาสตร์ โดยเริ่มจากสงครามที่คนจำนวนมากไม่ได้คาดว่าจะขยายตัวเช่นนั้น
รับชมวิดีโอตอนนี้
แหล่งอ้างอิง
- Nassim Nicholas Taleb — The Black Swan (Random House, 2007), ch. 3: The Speculator and the Prostitute, pp. 32–33
- Nassim Nicholas Taleb — The Black Swan, ch. 3: Mediocristan และ Extremistan, pp. 33–35 (ฉบับพิมพ์)
- Nassim Nicholas Taleb — บทนำ The Black Swan
ตัวเลขเป็นข้อมูลประวัติศาสตร์ตามขอบเขตที่ระบุ ส่วนการใช้เช็กลิสต์เป็นการอธิบายของผู้เขียน เว้นแต่ระบุว่าเป็นข้อความต้นฉบับ
เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำลงทุน