ต้นทุนเฉลี่ยต้องถ่วงด้วยทองที่ซื้อจริง
ต้นทุนเฉลี่ยต่อกรัมตอบว่าเราใช้เงินต้นทุนไปเท่าไรเพื่อให้ได้ทองแต่ละกรัม ผมจึงใช้ ต้นทุนเฉลี่ย = ต้นทุนรวม ÷ น้ำหนักรวม โดยต้องเป็นทองชนิด ความบริสุทธิ์ และหน่วยเดียวกัน สูตรนี้เป็นการคำนวณเงินลงทุนของเรา ไม่ใช่วิธีทำนายราคาทอง
ถ้าซื้อคนละน้ำหนัก การเฉลี่ยราคาที่เห็นแต่ละครั้งแบบธรรมดาจะให้น้ำหนักการซื้อครั้งเล็กเท่าครั้งใหญ่ จึงไม่ตรงกับเงินที่ลงไปจริง ส่วน DCA ตาม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คือการแบ่งเงินลงทุนเท่า ๆ กันตามงวด ราคาต่างกันทำให้ปริมาณที่ซื้อได้ต่างกัน
แบบฝึกสมมติ: เงินเท่ากัน แต่น้ำหนักต่างกัน
ทุกตัวเลขในแบบฝึกเป็นสมมติ ไม่ใช่ราคาปัจจุบัน และยังไม่คิดค่าใช้จ่าย: ครั้งแรกใช้ 1,000 บาท ซื้อที่ 5,000 บาทต่อกรัม จึงได้ 0.20 กรัม ครั้งถัดมาใช้ 1,000 บาท ซื้อที่ 4,000 บาทต่อกรัม จึงได้ 0.25 กรัม
| รายการ | เงินซื้อ | ราคาต่อกรัม | น้ำหนัก |
|---|---|---|---|
| ครั้งแรก | 1,000 บาท | 5,000 บาท | 0.20 กรัม |
| ครั้งถัดมา | 1,000 บาท | 4,000 บาท | 0.25 กรัม |
| รวม | 2,000 บาท | ไม่ใช้ผลบวกราคา | 0.45 กรัม |
ต้นทุนเฉลี่ยจึงเท่ากับ 2,000 ÷ 0.45 = ประมาณ 4,444.44 บาทต่อกรัม ไม่ใช่ 4,500 บาทที่ได้จากการนำ 5,000 กับ 4,000 มาบวกหารสอง เหตุผลคือเงินจำนวนเท่าเดิมซื้อทองได้มากกว่าในครั้งที่ราคาต่ำกว่า หลักการปริมาณนี้สอดคล้องกับคำอธิบายของ Investor.gov
กำหนดให้ชัดว่าต้นทุนรวมค่าอะไร
ถ้าต้องการประเมินเงินที่จ่ายทั้งหมด ผมรวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการได้ทองตามขอบเขตที่ระบุไว้ด้วย แล้วแยกบรรทัดให้เห็นว่าเป็นค่าซื้อ ค่าธุรกรรม หรือค่าอื่น การคำนวณส่วนตัวเพื่อดูความคุ้มค่าอาจต่างจากต้นทุนที่ระบบแสดง และไม่ใช่คำวินิจฉัยต้นทุนทางภาษี
ต่อจากแบบฝึกสมมติ หากมีค่าใช้จ่ายซื้อรวม 20 บาทจ่ายเพิ่มนอกเงินซื้อ ต้นทุนเงินออกทั้งหมดเป็น 2,020 บาท น้ำหนักยังเป็น 0.45 กรัม ต้นทุนเฉลี่ยรวมค่าใช้จ่ายจึงเป็นประมาณ 4,488.89 บาทต่อกรัม แต่ถ้าระบบหักค่าใช้จ่ายจากงบซื้อ ปริมาณทองอาจเปลี่ยน ต้องใช้ใบยืนยันจริงคำนวณใหม่
FINRA ระบุว่าค่าธุรกรรมจากการซื้อหลายงวดอาจลดผลตอบแทน ผมจึงไม่มองการซื้อถี่ขึ้นว่าให้ผลดีกว่าเสมอ ต้องเทียบต้นทุนกับวิธีที่ทำได้จริง
กำไรขาดทุนต้องใช้ยอดขายสุทธิ
สูตรที่ผมใช้ดูผลของการขายทั้งก้อนคือ กำไรขาดทุน = เงินขายสุทธิ − ต้นทุนเงินออกทั้งหมด โดยเงินขายสุทธิเท่ากับราคาที่รับซื้อได้จริงคูณน้ำหนัก แล้วหักค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการขาย อย่าใช้ราคาขายออกของร้านมาแทนราคารับซื้อคืน
แบบฝึกสมมติต่อเนื่อง: หากขาย 0.45 กรัมได้ราคาสมมติ 4,600 บาทต่อกรัม มูลค่าก่อนค่าใช้จ่ายเท่ากับ 2,070 บาท หากมีค่าใช้จ่ายขาย 10 บาท เงินขายสุทธิคือ 2,060 บาท เทียบต้นทุนรวม 2,020 บาท จึงมีกำไร 40 บาท หรือประมาณ 1.98% ของต้นทุน โดยคำนวณ 40 ÷ 2,020 × 100
นี่เป็นผลรวมของรายการตัวอย่าง ไม่ใช่อัตราผลตอบแทนต่อปีและไม่รวมภาษีใด ๆ ที่อาจเกี่ยวข้อง ถ้ายังไม่ได้ขาย ตัวเลขจากราคารับซื้อเป็นเพียงการประเมินผลหากขายตามสมมติฐานนั้น ไม่ใช่เงินกำไรที่ได้รับแล้ว
ขายบางส่วนแล้วอย่าเอาต้นทุนทั้งก้อนมาลบ
เมื่อขายเพียงบางส่วน ผมแยกน้ำหนักที่ขายออกจากน้ำหนักที่ยังถือ หากใช้วิธีต้นทุนเฉลี่ยเพื่อทำบัญชีติดตามส่วนตัว ต้นทุนส่วนที่ขายเท่ากับน้ำหนักที่ขายคูณต้นทุนเฉลี่ยก่อนขาย จากนั้นจึงนำไปเทียบเงินขายสุทธิของส่วนนั้น
ส่วนที่เหลือยังมีต้นทุนของมันอยู่ ถ้านำต้นทุนทั้งก้อนไปลบกับยอดขายบางส่วน ผลขาดทุนจะดูมากผิดไป และหากนำกำไรจากส่วนที่ขายไปบวกกับมูลค่าคงเหลือโดยไม่แยกเงินต้น ก็อาจนับซ้ำได้
ระบุวิธีที่ใช้ในสมุดตัวเองให้สม่ำเสมอ และตรวจวิธีคิดของผู้ให้บริการเมื่อเทียบหน้าจอ อย่านำวิธีติดตามส่วนตัวนี้ไปสรุปภาษีหรือแทนวิธีลงบัญชีที่กฎหมายกำหนดโดยไม่ตรวจผู้เชี่ยวชาญ
DCA ช่วยจัดวิธีซื้อ แต่ต้นทุนไม่ใช่เกราะกันขาดทุน
ต้นทุนเฉลี่ยที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยราคาของตัวอย่างไม่ได้หมายความว่าราคาขายคืนในอนาคตจะสูงกว่าต้นทุน หากราคาลงต่อหรือค่าใช้จ่ายสูง ผลรวมก็ขาดทุนได้ และการแบ่งเงินที่มีอยู่แล้วไปซื้อทีละงวดอาจพลาดการขึ้นของราคาบางช่วงตามข้อจำกัดที่ FINRA อธิบาย
ผมจึงจบการตรวจด้วยคำถามเรื่องเงินจริง: น้ำหนักตรงใบรายการไหม หน่วยและความบริสุทธิ์ตรงกันไหม รวมค่าใช้จ่ายซ้ำหรือขาดไหม และใช้ราคารับซื้อที่ทำได้จริงหรือยัง เมื่อฐานถูก ตัวเลขจึงช่วยให้ตัดสินใจได้โดยไม่หลงกับเปอร์เซ็นต์บนหน้าจอ
คำถามที่พบบ่อย
ซื้อทองคนละราคา ใช้ราคาบวกกันหารจำนวนครั้งได้ไหม
ถ้าซื้อน้ำหนักเท่ากัน การเฉลี่ยราคาแต่ละครั้งจะตรงกับต้นทุนถ่วงน้ำหนัก หากน้ำหนักต่างกันให้คำนวณต้นทุนรวมหารน้ำหนักรวมโดยตรง โดยใช้หน่วยและความบริสุทธิ์เดียวกัน
ต้องรวมค่าธรรมเนียมในต้นทุนเฉลี่ยหรือไม่
ถ้าต้องการติดตามเงินออกทั้งหมดให้รวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตามขอบเขตที่ระบุและแยกบรรทัดชัดเจน ระวังนับซ้ำกับค่าใช้จ่ายที่ถูกหักในยอดซื้อแล้ว
ต้นทุนเฉลี่ยต่ำแล้วทำไมยังขาดทุน
เพราะราคาขายคืนสุทธิอาจต่ำกว่าต้นทุน และมีส่วนต่างกับค่าใช้จ่าย การซื้อแบบ DCA ไม่ได้รับประกันกำไร
แหล่งอ้างอิง
เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำลงทุน