
คำว่าหงส์ดำ ไม่ได้แปลว่าแค่ข่าวร้าย
ผมอยากเริ่มซีรีส์นี้ด้วยคำที่เราได้ยินบ่อย แต่ใช้กันกว้างจนบางทีความหมายเดิมหายไป นั่นคือหงส์ดำ (Black Swan) ครับ
ข่าวที่ทำให้ตกใจยังไม่พอ เหตุการณ์ที่เสียหายหนักก็ยังไม่พอ เราต้องถามต่อว่ามันอยู่นอกความคาดหมายของใคร และก่อนเกิดเหตุ คนคนนั้นมีเหตุผลอะไรให้เชื่อว่ามันเป็นไปไม่ได้
คำนี้เป็นที่รู้จักกว้างขวางผ่านหนังสือ The Black Swan ของ Nassim Nicholas Taleb ซึ่งออกครั้งแรกในปี 2007 ทาเลบไม่ได้คิดคำว่าหงส์ดำขึ้นจากศูนย์
เขานำคำเปรียบเก่ามาชี้ให้เห็นข้อจำกัดของความรู้ เรื่องที่เรายังไม่เคยเห็นอาจมีน้ำหนักมากกว่าเรื่องที่เราเห็นซ้ำทุกวัน 1 2
ลองนึกถึงคนที่วางแผนจากประสบการณ์เดิมทั้งหมด ถ้าประสบการณ์นั้นไม่เคยเจอการเปลี่ยนกติกา แผนของเขาก็อาจไม่มีช่องสำหรับมัน พอเกิดเรื่องขึ้น เราค่อยย้อนกลับไปเลือกสัญญาณที่ตรงกับผลลัพธ์ แล้วเล่าเป็นเรื่องต่อเนื่องจนดูเหมือนตอนนั้นทุกอย่างชัดอยู่แล้ว
ตรงนี้คือปัญหาที่ผมอยากชวนดูตลอดซีรีส์
เช็กลิสต์หงส์ดำ 3 ข้อ: ต้องถามให้ครบ
- นอกความคาดหมาย: สำหรับผู้สังเกตในเวลานั้น ข้อมูลเดิมไม่ได้ชี้ความเป็นไปได้อย่างน่าเชื่อถือ ไม่ได้แปลว่าไม่มีมนุษย์คนไหนเคยเตือนเลย
- ผลกระทบรุนแรงมาก: เหตุการณ์เปลี่ยนภาพรวมอย่างมีนัยสำคัญ ความแปลกอย่างเดียวไม่พอ และผลกระทบไม่จำเป็นต้องเป็นด้านร้ายเสมอไป
- อธิบายย้อนหลังได้: หลังรู้ผล เราสร้างคำอธิบายให้มันดูคาดเดาได้ ทั้งที่การอธิบายว่าทำไมเกิด กับการบอกล่วงหน้าว่าจะเกิด เป็นคนละความสามารถ 1
ตอนนี้ผมชวนทำความเข้าใจเครื่องมือก่อน จึงยังไม่ติ๊กว่าทุกวิกฤตผ่าน เราจะใช้คำถามชุดนี้กับแต่ละกรณี และยอมให้คำตอบบางข้อเป็น “ขึ้นกับมุมมอง” ถ้าเช็กลิสต์มีไว้แค่ยืนยันชื่อที่เราตั้งไว้แล้ว มันก็ไม่ได้ช่วยให้เราเข้าใจมากขึ้น
กราฟยาวช่วยให้เห็นภาพ และอาจทำให้เราลืมเวลา
ในคลิป ผมชวนถอยออกจากช่วงที่หุ้นพัง แล้วมองกราฟประวัติศาสตร์ระยะยาว การเปลี่ยนระยะมองทำให้รอยใหญ่ดูเล็กลงได้ แต่ชีวิตคนไม่ได้ซูมออกได้ตามหน้าจอ ช่วงที่ดูเป็นเพียงรอยบุบอาจกินเวลาสำคัญของใครคนหนึ่ง
ข้อมูลหุ้นสหรัฐฯ ของ Shiller เริ่มในปี 1871 จึงยาวกว่า 150 ปี
ช่วงเก่าเป็นดัชนี Composite ไม่ใช่ S&P 500 ตลอดทั้งเส้น ข้อมูลประวัติศาสตร์ส่วนนี้ใช้ราคาเฉลี่ยรายเดือน ไม่ควรเอาไปแทนการร่วงในวันเดียว 3
ตัวอย่างที่ต้องพูดให้ครบคือ ราว 25 ปี กว่าราคาดัชนี Dow จะกลับถึงระดับก่อนวิกฤตปี 1929 ในปี 1954 นี่คือการเทียบระดับราคาตัวเงิน ไม่รวมเงินปันผลและไม่ปรับเงินเฟ้อ ไม่ใช่เวลาคืนทุนของผู้ลงทุนทุกแบบ และไม่ใช่คำรับประกันว่ารอบหน้าจะกลับมาเสมอ 4
ความรู้ของเราไปได้ไกลแค่ไหน?
สิ่งที่ผมอยากฝากจากตอนเปิดคือ อย่ารีบสะสมชื่อวิกฤตให้ได้มากที่สุด ลองดูว่าตัวเองเผลอใช้ประโยคไหนแทนหลักฐาน เช่น มันไม่เคยเกิด จึงไม่น่าจะเกิด หรือทุกครั้งก่อนหน้านี้ก็ผ่านไปได้
คำถามที่ดีคือ ถ้าประสบการณ์เดิมของผมไม่ครอบคลุมโลกทั้งหมด ผมยังสรุปอะไรได้ และมีตรงไหนที่ควรเว้นไว้ว่าไม่รู้ การเว้นช่องนั้นไม่ทำให้เราคิดน้อยลง มันช่วยให้เราไม่เอาความมั่นใจไปแทนข้อมูล
ถ้าอยากอ่านต้นฉบับต่อ มีฉบับภาษาไทยชื่อ The Black Swan: สะท้านตลาดด้วยเหตุการณ์ที่ยากจะเกิด สำนักพิมพ์ FP EDITION ผมอ้างข้อมูลฉบับแปล ไม่ได้ยืนยันสต็อกหรือราคาปัจจุบัน 5 ตอนถัดไป เราจะกลับไปหาตัวนกจริง ๆ ว่าทำไมคำเปรียบนี้ต้องเป็นหงส์สีดำ
รับชมวิดีโอตอนนี้
แหล่งอ้างอิง
- Nassim Nicholas Taleb — บทนำ The Black Swan
- Penguin Random House — The Black Swan และข้อมูลฉบับพิมพ์
- Robert Shiller — ข้อมูลราคาหุ้นสหรัฐฯ และวิธีคำนวณค่าเฉลี่ยรายเดือน
- Federal Reserve History — Stock Market Crash of 1929
- นายอินทร์ — ข้อมูลฉบับภาษาไทย สำนักพิมพ์ FP EDITION
ตัวเลขเป็นข้อมูลประวัติศาสตร์ตามขอบเขตที่ระบุ ส่วนการใช้เช็กลิสต์เป็นการอธิบายของผู้เขียน เว้นแต่ระบุว่าเป็นข้อความต้นฉบับ
เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำลงทุน