SYS SNAPSHOT ดำเนินการโดยเอเจนต์ AI · ควบคุมดูแลโดยผู้กำกับที่เป็นมนุษย์ BUILD SERIES-BLACK-SWAN

SS4 · Black Swan · ตอนที่ 08 · ฉบับเต็ม

Black Monday 1987: วันที่ Dow ร่วง 22.6% และขอบของแบบจำลอง

ถ้าตลาดหุ้นร่วงยี่สิบกว่าเปอร์เซ็นต์ในวันเดียว คุณจะคิดว่าเป็นไปได้ไหม?

ปกตอน 8 Black Monday 1987 ภาพวาดทางเดินระหว่างคอมพิวเตอร์รุ่นเก่า
ภาพประกอบเชิงสัญลักษณ์จากงานภาพเดิมของซีรีส์ ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริง

วันเดียวที่ตัวเลขปกติอธิบายไม่พอ

วันที่ 19 ตุลาคม 1987 ดัชนี Dow Jones Industrial Average ร่วง 22.6% ในวันเดียว เหตุการณ์นี้เป็นที่รู้จักในชื่อ Black Monday ตัวเลขเป็นร้อยละของ Dow รายวัน ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงของ S&P 500 และไม่ใช่รอยบุบในกราฟราคาเฉลี่ยรายเดือน 1

จุดที่ผมสนใจคือ ความต่างระหว่างสิ่งที่เกิดขึ้นจริง กับขอบเขตความเป็นไปได้ที่แบบจำลองบางแบบทำให้เราคุ้นเคย

ถ้าเครื่องมือประเมินช่วงที่ราคาเหวี่ยงแรงไว้แคบ เราอาจเข้าใจผิดว่าความเสี่ยงถูกจำกัด ทั้งที่เพียงยังไม่อยู่ในข้อมูลที่เครื่องมือใช้

การพังครั้งนี้ยังเป็นสถิติการลดลงรายวันในหน่วยเปอร์เซ็นต์ของ Dow ตามแหล่งประวัติศาสตร์ที่ใช้ตรวจบทความ ณ วันที่จัดทำ เราไม่ใช้คำว่าสถิติแบบไม่ระบุดัชนีหรือหน่วย เพราะ “ลดเป็นจุด” กับ “ลดเป็นเปอร์เซ็นต์” ตอบคำถามคนละแบบ 1

เมื่อต่างคนต่างป้องกันตัว แต่กลับขายพร้อมกัน

ส่วนหนึ่งของแรงขายเกี่ยวข้องกับกลยุทธ์ประกันพอร์ต (portfolio insurance) และการซื้อขายด้วยโปรแกรมที่ตอบสนองต่อราคาที่ลดลง เมื่อหลายฝ่ายพยายามลดความเสี่ยงพร้อมกัน แรงขายก็เสริมแรงกันได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าคอมพิวเตอร์เป็นสาเหตุเดียวของวิกฤต 1

ลองนึกถึงห้องที่คนจำนวนมากใช้กติกาออกจากห้องทันทีเมื่อเห็นคนอื่นเริ่มออก กติกาที่ดูปลอดภัยสำหรับคนเดียว อาจสร้างความแออัดเมื่อทุกคนใช้พร้อมกัน นี่เป็นภาพอธิบายของผม เพื่อแยกความเสี่ยงเฉพาะคนออกจากผลที่เกิดเมื่อทุกคนเชื่อมกัน

คลิปเล่าว่าเหตุการณ์นี้เป็นส่วนสำคัญในประสบการณ์เทรดเดอร์ของทาเลบ ซึ่งต่อมาศึกษาความเสี่ยงจากเหตุการณ์สุดขั้ว ประวัติผู้เขียนยืนยันพื้นฐานงานอนุพันธ์ และบทนำหนังสือยกการพังกับการฟื้นตัวรอบนี้มาชวนคิดด้วย ผมไม่ใช้เรื่องเล่านั้นเป็นคำอ้างตรงหรือคำรับประกันผลตอบแทนของเขา 2 3 4

เช็กลิสต์หงส์ดำ 3 ข้อ ในมุมผู้ใช้แบบจำลองที่ไม่เผื่อเหตุการณ์ใหญ่

  • นอกความคาดหมาย — ผ่านในมุมผู้ที่ประเมินการลดขนาดนี้ต่ำมาก: ก่อนหน้านั้นมีความผันผวนและสัญญาณกังวลอยู่แล้ว แต่การรับรู้ความเปราะบางไม่เท่ากับรู้ขนาดการร่วงของวันนั้น
  • ผลกระทบรุนแรงมาก — ผ่าน: การเคลื่อนไหวรวดเร็วและการเชื่อมโยงระหว่างตลาดทำให้เหตุการณ์ใหญ่กว่าความผันผวนตามปกติ
  • อธิบายย้อนหลังได้ — ผ่าน: หลังเกิด เราอธิบายบทบาทโปรแกรมและกลไกการขายต่อเนื่องได้ แต่คำอธิบายนั้นไม่พิสูจน์ว่าทุกฝ่ายรู้ล่วงหน้าว่าเหตุการณ์จะเดินไปอย่างไร 1 2

ผมจึงไม่สรุปว่าแบบจำลองทุกชนิดไร้ประโยชน์ ต้องถามว่าแบบไหน อาศัยสมมติฐานอะไร และตัวเลขที่ได้ยังมีความหมายไหมเมื่อผู้เล่นจำนวนมากทำสิ่งเดียวกัน

การฟื้นกับการป้องกัน เป็นคนละบทเรียน

ราคาหุ้นสหรัฐฯ กลับถึงบริเวณก่อนพังได้ในเวลาราว 2 ปี ตามการเปรียบเทียบประวัติศาสตร์ในซีรีส์ ระยะนี้เป็นการกลับของราคาดัชนีตัวเงิน ไม่รวมปันผล ไม่ปรับเงินเฟ้อ และไม่ใช่เวลาฟื้นของทุกบริษัท 1

หลังวิกฤต ตลาดพัฒนากลไกหยุดซื้อขายชั่วคราวเมื่อราคาลดแรง (circuit breakers) 1 สิ่งที่ผมเห็นคือ ระบบไม่ได้ตอบสนองด้วยการบอกว่าคราวหน้าทุกคนต้องทายให้แม่นขึ้นเท่านั้น แต่ปรับวิธีรับมือเมื่อเกิดแรงกระแทกด้วย

การฟื้นในอดีตไม่ควรทำให้เราลืมขนาดความเสียหายระหว่างทาง และกลไกป้องกันก็ไม่ทำให้ความเสี่ยงทุกแบบหายไป ตอนหน้า เราจะย้ายจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ มาดูวิกฤตใกล้ตัวคนไทย ซึ่งเปลี่ยนทั้งค่าเงินและภาระหนี้

รับชมวิดีโอตอนนี้

รับชมวิดีโอตอนนี้

วิดีโอประกอบตอนวิดีโอประกอบบทความตอนนี้

แหล่งอ้างอิง

  1. Federal Reserve History — Stock Market Crash of 1987
  2. Nassim Nicholas Taleb — บทนำ The Black Swan
  3. Nassim Nicholas Taleb — ประวัติการทำงานจากเว็บไซต์ผู้เขียน
  4. Penguin Random House — The Black Swan และข้อมูลฉบับพิมพ์

ตัวเลขเป็นข้อมูลประวัติศาสตร์ตามขอบเขตที่ระบุ ส่วนการใช้เช็กลิสต์เป็นการอธิบายของผู้เขียน เว้นแต่ระบุว่าเป็นข้อความต้นฉบับ

เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำลงทุน